aykawpv
2024-10-01 00:39:38
22102文字
Public rotd
 

(Fanfic) rotd 🥢🕊️ - I know that I know nothing

ความเดิมตอนที่แล้ว (ต่อนะ!)
https://privatter.me/page/66ead54b12cfd

ครั้งนี้ไม่เรทแต่แตะประเด็นสุ่มเสี่ยงเป็นปกติ ปกตินะ (?)

~I know that I know nothing~
Socrates

~ข้ารู้ว่าข้าไม่รู้สิ่งใดเลย~
โสกราตีส

================

"---วันนี้เราจะถกเกี่ยวกับตัวเอกจากภาพยนตร์เรื่อง---"

เสียงจากอาจารย์ผู้สอนคาบปรัชญาและภาพยนตร์ลอยเข้ามาให้โสตประสาทของมิโซโนะ เรออน เมื่อขึ้นปีสองแล้วนักศึกษาจะสามารถเลือกเรียนวิชาเลือกได้ และหนึ่งในวิชาเลือกนั้นก็คือวิชานี้ มิโซโนะในยามปกติจะเลือกการทำกิจกรรมวงดนตรีเป็นที่หนึ่ง แต่หากเป็นวิชาเลือกนี้แล้ว เขามีความตั้งใจจะเข้าเรียนมากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่จำนวนครั้งในการเข้าเรียน ก็ไม่ได้บอกถึงพฤติกรรมว่าจะตั้งใจเรียนเสมอไป

"---บ่งบอกสังคม อาชญากรรม และสำรวจจิตใจของตัวละคร พังทลายลงหรือได้รับการปลดปล่อย ชวนตั้งคำถามให้สิ่งที่ตัวเอกเป็นอยู่ คือตัวตนที่แท้จริง หรือเป็นสิ่งที่สังคมหล่อหลอมให้ตนเป็นสิ่งอื่นกันแน่---"

มิโซโนะใช้หูฟัง เขารู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงแค่ชื่อ แต่ไม่เคยลองดูด้วยตัวเอง เขาไม่ได้รังเกียจแนวภาพยนตร์ใดเป็นพิเศษ เพียงแต่เขามักจะเลือกชมภาพยนตร์ที่เป็นการพูดถึงหรือเป็นกระแสในขณะนั้น ดังนั้นการเรียนวิชาเลือกนี้ นอกจากจะตื่นเต้นที่เรียนรู้ศาสตร์เกี่ยวกับงานอดิเรกและความสนใจในปรัชญามาผนวกเข้ากันแล้ว เขายังได้รู้จักภาพยนตร์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้ยิน หรือมีโอกาสได้ดูภาพยนตร์เดิมอีกครั้งในมุมมองนักศึกษาเอกปรัชญาด้วย

อย่างไรก็ตาม สายตามิโซโนะในตอนนี้ผละจากหน้าสไลด์โชว์ภาพจากภาพยนตร์ในฉากที่ตัวเอกใส่ชุดกันฝนเปรอะเลือดถือขวานเตรียมจามยิ้มผิดแผก หันไปมองหนังสือเล่มวรรณกรรมหนึ่งซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับชั้นเรียนนี้

'วันนี้ก็จะได้เจอกัน... อยากคุยด้วยแล้ว'

นิยายที่ยืมมาจากคุรามะทาดาโอมิครั้งนี้ เกี่ยวกับความรักและการล้างแค้น เนื้อหาคลุกเคล้าไปด้วยอารมณ์ล้างแค้นที่เด่นชัดปะปนกับความสับสนกังวลในสายสัมพันธ์ที่ตนเองมีต่อคนที่ตนอยากเคียดแค้น บทพรรณาแสนกระชับ เน้นเทคนิคการเล่ามากกว่าความสละสลวย แม้แนวเรื่องที่เลือกอ่านของตนกับคุรามะจะแตกต่างกัน แต่หนังสือเหล่านั้นมักมีจุดร่วมที่วิธีการเล่าอันเป็นเอกลักษณ์เสมอ

'ความสัมพันธ์ของเรากับคุรามะตอนนี้ยังไงกันนะ...... แลกหนังสือกันอ่าน สะดวกก็นัดเจอคุยถกกันสัพเพเหระ แล้วก็...'

"---ใช้เซ็กส์เป็นเครื่องระบายอารมณ์ในตัว---"

'เหวอ!!!?'

ร่างของมิโซโนะที่กำลังเหม่อลอยได้ที่ สะดุ้งโหยงเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากนิทรา คาบเรียนปรัชญามักจะน่าเบื่อในสายตาผู้คนทั่วไป แม้กระทั่งนักศึกษาด้วยกันเองก็คิดเช่นนั้น ดังนั้น เรื่องที่บางคนจะผล็อยหลับแล้วตื่นกลางคันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก จึงไม่มีใครทักท้วงอะไรมิโซโนะ แม้สาเหตุของการตื่นตัวนั้นจะไม่เกี่ยวกับคาบเรียนเลยก็ตาม

คำพูดของอาจารย์เรียกสติมิโซโนะให้จดจ่อกับคาบเรียนอีกครั้ง สไลด์ครั้งนี้ยกตัวอย่างฉากการมีเซ็กส์ของตัวเอกกับหญิงสาวหลากหลายคน และจบด้วยการฆาตกรรมหญิงสาวเหล่านั้น

'...โห ยกซีนรุนแรงมาเต็ม... ก็ควรมีหนังที่ยกความดิบของมนุษย์แสดงออกมาตรง ๆ งี้บ้างละนะ...'

พลันนั้นมิโซโนะนึกถึงใบหน้าของคุรามะขึ้นมา

'หมอนั่นจะเคยดูหนังเรื่องนี้ไหมนะ แนวเลือดสาด... เหรอ...'

หนุ่มร่างสูงกว่าตนเล็กน้อย เพียบพร้อมอากัปกิริยาสงวน คำพูดและน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เมื่อพูดคุยกันจริง ๆ มีส่วนน่าพิศวงเต็มไปหมด อย่างเรื่องที่ทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นและตนเองได้ยาก แต่กลับมากความสามารถเรื่องการใช้ตรรกะและการคำนวณ ทั้งยังเคยบอกว่าดูหนังแนวเลือดสาดแล้วจิตใจสงบลง

"---ตัวเอกนั้นเรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์ ตรรกะ ข้อกฎหมาย แต่ไม่อาจทำความเข้าใจสามัญสำนึกของสังคม จึงอาจโหยหาสิ่งที่ตนไม่มี หรือก็คือความรุนแรง ทั้งเซ็กส์ และการฆาตกรรม กระนั้นเนื่องด้วยทักษะของตน ตัวเอกยังแนบเนียนไปกับมนุษย์ได้โดยไม่ผิดสังเกต นอกจากจิตใจตนเอง---"

'ก็ไม่ใช่ว่าตัวเองจะรู้จักคนเยอะแยะขนาดนั้น แต่ว่า ไม่เคยเจอคนแบบคุรามะจริง ๆ แฮะ...... ความสนใจและนิสัยที่โดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่มากพอจะผิดสังเกต จะว่าพิศวง น่าสนใจ น่าค้นหา เพราะมีแต่เรื่องไม่รู้เกี่ยวกับหมอนั่นเต็มไปหมด รึยังไงดี......'

"---แม้ในเรื่องจะไม่มีคนให้คำนิยาม แต่ในปัจจุบันเราเรียกบุคคลที่มีอาการขาดอารมณ์ร่วม สามัญสำนึก แม่นยำด้านตรรกะ และโหยหาความรุนแรงเหล่านั้นว่า 'ไซโคพาธ' ---"

"เอ๊ะ......?"

มิโซโระพลั้งหลุดปากออกมา เสียงนั้นกลืนหายไปกับการบรรยายของอาจารย์หน้าห้อง แต่คำเฉพาะนั้นยังคงติดอยู่ในสมองของตน

'ไซโคพาธ... เหรอ?'

มิโซโนะรู้สึกติดใจกับการอธิบายของอาจารย์และคำ ๆ นี้ จึงแอบเปิดมือถือขึ้นมา และไล่ดูแชทของตนกับคุรามะ บทสนทนานั้นมักจะเต็มไปด้วยการทักทาย นัดพบพูดคุย หรือนัดพบเพื่อมีเซ็กส์กัน เนื้อหาที่ไม่มีอะไรแต่ทำให้มิโซโนะเคอะเขินได้ แต่ไม่ใช่กับเวลานี้ที่ตนเริ่มมีข้อสงสัยและอยากจะคลี่คลายเสียเหลือเกิน

'จันทร์ อังคาร ศุกร์ กับ... พุธ อาทิตย์ แล้วก็... พฤหัสฯ เสาร์... หมอนี่ ทักมาในเวลาเดียวกันเป๊ะเลยนี่......?'

มิโซโนะย้อนเนื้อหาไปถึงวันที่แลกแชทครั้งแรก ผ่านมาแล้วประมาณเดือนกว่า ๆ พูดคุยกันเรียลไทม์ คงไม่ทันได้สังเกตเห็นจริง ๆ แต่เมื่อนำมากางดูแล้วค้นพบแบบแผนภายในแชทนั้น ทั้งเวลาที่ทักมา เวลาที่บอกราตรีสวัสดิ์ ข้อความทักว่าอ่านหนังสือเสร็จแล้วที่มีระยะเวลาเท่ากัน แม้ความหนาของหนังสือจะต่างกันก็ตาม ราวกับกำหนดว่า 'ควรจะทักเวลานี้' 'เวลายืมอ่านหนังสือต่อเล่มควรจะมีเท่านี้'
แม้จะไม่มีการพิสูจน์ แต่หลักฐานที่มีก็ยากเกินกว่าจะเรียกว่าความบังเอิญ

'ที่คุรามะบอกว่าไม่เข้าใจความรู้สึกคนอื่นหรือความรู้สึกตัวเอง ชอบไขสมการคณิตศาสตร์ เพราะมันมีคำตอบที่ตายตัว ถึงอย่างนั้นยิ่งสนใจ ใครรู้ อยากค้นหาอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน... นี่ก็เข้าเค้า......'

ยิ่งทบทวนไตร่ตรอง มิโซโนะยิ่งสามารถหาคำอธิบายพฤติกรรมที่ตัวเองสังเกตคุรามะมาตลอด การค่อย ๆ พบคำตอบอะไรบางอย่าง แทนที่จะมีความหวาดหวั่น มิโซโนะยิ่งสงสัย กระสับกระส่าย อยากจะไปถามเจ้าตัวทันทีเสียเดี๋ยวนี้มากกว่า

'ความรุนแรง... สงบจิตใจ... หรือเป้าหมายการดูหนังแนวเลือดสาด จะเป็นการสงบจิตใจด้านความรุนแรงในตัวงั้นเหรอ......?'

ใบหน้ายิ้มน้อยตลอดเวลาของคุรามะ เริ่มจะเห็นว่าเป็นการปั้นใบหน้าอย่างแนบเนียนขึ้นมา

'แล้ว เรื่องความรุนแรง ที่ผูกกับเซ็กส์.........'

นอกจากเพื่อนแลกอ่านหนังสือ ถกคุยต่าง ๆ ได้อย่างไม่ลืมเวลาแล้ว มิโซโนะกับคุรามะก็มีเซ็กส์กันได้อย่างไม่ลืมเวลาเหมือนกัน มองดูแล้ว จะเรียกว่าเป็นเซ็กซ์เฟรนด์ก็ไม่ผิดนัก แต่ก็ไม่ได้ถูกต้องเสียทีเดียว มิโซโนะมีความรู้สึกบางอย่างในใจมาขัดไว้กับนิยามคำนั้น

‘คุณมิโซโนะ……

มิโซโนะนึกถึงใบหน้าคุรามะบนเตียงแล้วหน้าแดงก่ำขึ้นมาจนฟุบตัวลงไปกับโต๊ะ

ใช่ มิโซโนะตระหนักได้แล้วว่าตัวเองชอบคุรามะเข้าอย่างจัง เป็นความชอบแบบพิเศษเฉพาะ ไม่สามารถเทียบได้กับความชอบในงานอดิเรก การมุ่งมั่นเพื่อทำตามความฝัน หรือบรรยากาศที่ได้อยู่กับเพื่อนพ้อง

"---เลิกคลาสได้ อย่าลืมไปดูเรื่อง American Psycho กันด้วยล่ะ"

สิ้นเสียงลั่นของอาจารย์ เสียงพูดคุยของนักศึกษาก็จ้อกแจ้กจอแจ มิโซโนะที่ลุกขึ้นใส่หนังสือเรียนในกระเป๋า หยิบนิยายที่เตรียมคืนคู่กรณี มองหน้าปกนั้นแล้วแสดงอาการเหน็ดเหนื่อยคนละสาเหตุกับเพื่อนร่วมชั้นอื่น ๆ ในห้อง

"เฮ้อ......"

มิโซโนะเดินไปยังจุดหมายถัดไปพลางคิดไปเรื่อยเปื่อย การอยู่กับคุรามะทำให้เขาค้นพบตัวเองด้านใหม่ ๆ อย่างที่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน เมื่อมีคุรามะเป็นคู่สนทนา ถามตอบคำถามที่ไม่เคยได้ฉุกคิด คู่ดูหนังที่แสดงความเห็นอย่างเป็นกลาง หรือคู่บนเตียงที่เขารู้สึกดีด้วย

อย่างไรเสีย ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความรู้สึกของมิโซโนะฝั่งเดียว มิโซโนะเข้าใจดี เขาไม่เคยรู้ถึงความรู้สึกอีกฝ่าย แน่นอนว่าตามสามัญสำนึกแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปขยั้นขยอถามกับเจ้าตัวด้วยซ้ำ

เขารู้เพียงแค่คุรามะอยากรู้จักตนเองมากขึ้น เจ้าตัวเห็นกับตาแล้วว่าแม้คุรามะมักแสดงสีหน้าไร้อารมณ์ หรือรู้สึกร่วมกับผู้อื่นได้ยาก แต่เมื่ออยู่บนเตียง เขาก็เหมือนมนุษย์ทั่วไป ที่แสดงสีหน้าสะท้อนกามรมณ์ออกมาจนกระตุ้นตัวเขาได้ขนาดไหน

กระนั้น มิโซโนะก็รู้เช่นกันว่าหลังจากเสร็จกิจในชั่วเวลาไม่กี่นาที สีหน้าของคุรามะกลับมาแน่นิ่งไร้อารมณ์เช่นเคย ราวกับว่าช่วงเวลาที่เสร็จสมด้วยกันนั้นไม่เคยเกิดขึ้น เขาคิดว่ามันอาจจะเป็นอาการแก้เขิน หรือนิสัยติดตัวของคุรามะ แต่พอมาในตอนนี้มิโซโนะได้รับชุดความรู้ใหม่แล้ว เหมือนมันจะเกี่ยวเนื่องกับอาการ'ไซโคพาธ'มากกว่าที่คิด

"จู่ ๆ ก็มีเรื่องให้คิดเยอะเฉย..."

หลังจากเลือกที่นั่งว่างในสวนหย่อมขนาดเล็กในมหาวิทยาลัยใต้ร่มเงาต้นไม้ได้แล้ว มิโซโนะวางกระเป๋าลง แล้วใช้มือถือเสิร์ชเรื่องเกี่ยวกับไซโคพาธด้วยภาษาต่างประเทศ

ดูเหมือนว่าผู้ที่เป็นไซโคพาธนั้นมักจะประสบความสำเร็จในการเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน เนื่องจากมีการตัดสินใจอันเฉียบขาดเพราะไม่เอาปัจจัยอารมณ์มาเกี่ยวข้อง บางทีผู้บริหารบริษัทที่ประสบความสำเร็จก็อาจเป็นไซโคพาธที่แนบเนียนไปกับผู้คนก็ได้

อีกกรณีหนึ่งคือ หากไม่เป็นนักธุรกิจ ไซโคพาธที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก มีแนวโน้มเป็นอาชญากรได้ เนื่องจาก 'ความรุนแรง' เป็นวิธีไม่กี่อย่างที่ตนจะสามารถรู้สึกถึงความรู้สึกได้เฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป

ต่อเนื่องจากการโหยหาความรู้สึก ดังนั้น ไซโคพาธจึงมีแนวโน้มเจ้าชู้ เนื่องจากมีความต้องการทางเพศที่สูง เพราะเซ็กซ์ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ไซโคพาธสามารถรู้สึกถึง 'ความรุนแรง' กระตุ้นให้ตนรู้สึกได้เหมือนมนุษย์ทั่วไปเช่นกัน

"ตามหนังนั่นเลยจริงดิ... แต่ว่า......"

หากคุณสามารถตอบคำถาม สอนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้กับไซโคพาธอย่างเป็นเหตุเป็นผล จะมีส่วนช่วยอย่างมากที่จะให้ไซโคพาธใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่ก่ออาชญากรรม

"...... แต่ คิดมากเกินไปมั้ยเนี่ย ยังไม่รู้เลยว่าคุรามะใช่ไซโคพาธหรือเปล่า ......"
"ไซโคพาธหรือครับ?"
"เหวอ!?"
"สวัสดีครับ คุณมิโซโนะ"

คุรามะโค้งสวัสดีอย่างมีมารยาท หลังจากการปรากฏตัวแสนน่าตกใจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุรามะจู่ ๆ โผล่เข้ามาทักตนเองในขณะที่จดจ่อกับสิ่งอื่นอยู่ ชวนสงสัยว่าเจ้าตัวสังเกตการณ์ตนอย่างเงียบ ๆ มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่

"สวัสดี คุรามะ... นั่งสิ เรื่องหนังสือที่ให้ยืมมา ขอบใจนะ เรื่องนี้ไม่มีฉากรุนแรงมาก แต่กลับเล่าได้บีบคั้น พร้อมสะท้อนความโศกเศร้าได้อย่างกลมกล่อมเลยละ สนุกดีนะ"
"ตัวละครในเรื่อง แสดงอารมณ์รุนแรงออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ผมเข้าใจตัวละครได้ง่ายมากเลยครับ ในมุมที่คุณมิโซโนะอ่าน จะรับรู้ถึงอารมณ์ละเอียดอ่อนตรงนั้นสินะครับ"

คุรามะนั่งลงและรับหนังสือกลับมา เก็บใส่กระเป๋าอย่างเพียบพร้อม มิโซโนะเห็นกิรอยาท่าทางเจ้าตัวใกล้ ๆ ทีไรก็รู้สึกประทับใจที่อากัปกิริยานั้นสะท้อนการเลี้ยงดูได้อย่างดี

การเลี้ยงดู...... มิโซโนะก็ไปอ่านเจอมาว่า ไซโคพาธ เป็นได้จากสภาพแวดล้อม อย่างการเลี้ยงดูที่ผิด ก่อให้เกิดปมในวัยเด็ก หรือไม่ก็เป็นที่อาการผิดปกติของสมองโดยตรง โดยไม่มีปัจจัยภายนอกมาเกี่ยวข้อง

"อารมณ์รุนแรงเหรอ... นี่ คุรามะ ที่นายทักเรื่องไซโคพาธเมื่อกี้ จริง ๆ แล้วฉันมีข้อสงสัยเรื่องนั้น ที่เกี่ยวข้องกับตัวนายน่ะ"
"ข้อสงสัยเกี่ยวกับผมเหรอครับ? แต่ว่า ไซโคพาธคืออะไรเหรอครับ?"

คุรามะเอียงคอสงสัยอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ... ไม่สิ มิโซโนะสลัดฟิลเตอร์ตัวเองออกไปชั่วคราว แม้ไซโคพาธจะมีคุณสมบัติที่โกหกได้อย่างแนบเนียน แต่แม้มิโซโนะคุยกับคุรามะมาไม่นาน เขาก็รู้ได้เลยว่าความสงสัยที่คุรามะมีไม่ใช่เรื่องโกหก

"ก่อนที่ฉันจะตอบนาย ฉันอยากจะถามคำถามนสยสักหน่อย ช่วยตอบฉันตามตรงด้วยละ ......คำตอบของนาย มันจะเกี่ยวกับเรื่องไซโคพาธเมื่อกี้อย่างแน่นอน"
"? ได้เลยครับ ผมมักเป็นฝ่ายถามคุณมิโซโนะเสมอเลย ถือว่าสลับบทบาทกันสินะครับ"

ดวงตาคุรามะจับจ้องมาที่มิโซโนะอย่างตรงไปตรงมา แววตาสีครามสดใสนั้นโปร่งแสงราวกับความใคร่รู้ที่ไร้ก้นบึ้ง บางทีหมอนี่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ ไม่สิ อย่าเพิ่งเอาอารมณ์ตัวเองมาตัดสินใจ มิโซโนะตั้งมั่นแล้วเริ่มถามคุรามะ

“นายสังเกตการณ์มนุษย์ เพราะอยากเข้าใจความรู้สึกของผู้คนและตัวเองใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
“นายรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองผ่านการสังเกตการณ์มนุษย์ด้วยหรือเปล่า”
“ผมเรียนรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น มากกว่าจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกตัวเองครับ”
“ช่วงเวลาไหนบ้างที่นายรู้สึกถึงอารมณ์ความรู้สึกตัวเองอย่างชัดเจนล่ะ”
ช่วงเวลาที่รู้สึกอย่างชัดเจน ก็จะมีตอนเล่นไลฟ์กับทุกคน แล้วก็ ตอนกำลังมีเซ็กซ์กับคุณมิโซโนะครับ“

มิโซโนะผงะไปเล็กน้อยกับสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงและคำตอบที่ตรงไปตรงมา มันไม่ใช่คำตอบที่เกินคาด แต่พอรู้ว่าคุรามะรู้สึกถึงอารมณ์ตัวเองจริง ๆ แค่สองกรณีนั้นแล้วก็อดรู้สึกผวาเล็กน้อยไม่ได้ แต่ตัวเขามีแต่ต้องถามต่อไป เพื่อคลายข้อสงสัยให้ตัวเอง และอาจจะค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของอีกฝ่ายก็ได้

“ไลฟ์ของเอปซิใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้น ตอนนั้น ทำไมนายถึงรู้สึกได้ล่ะ?”
“สิ่งนั้น เกิดขึ้นตอนแสดงไลฟ์เดี่ยวหลังขึ้นโตเกียวมาครับ ก่อนขึ้นไลฟ์ ชูคุงได้พูด ‘ปลุกกำลังใจ’ ให้เพื่อนร่วมวง หลังจากนั้น

คุรามะประสานมือแล้งพูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างปกติ และถ้อยคำที่เขากล่าวมาถัดจากนั้น

“คานาตะคุง เล่นเบสที่มีจุดประสงค์เพื่อยุแหย่ฮารุกะคุงอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าที่ปลื้มปิติของคานาตะคุง ยิ่งแสดงความยินดีออกมา เมื่อฮารุกะคุงตอบรับการยุแหย่ด้วยการใส่พละกำลัง ทั้งกายที่มี ราวกับอยากจะฉีกคานาตะคุงออกมาเป็นชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนั้น ทั้งสองคนที่เคยเล่นดนตรีเหมือนการถูกยุแหย่อยู่ฝ่ายเดียว กลับเหมือนเริ่มฆ่าฟันกันด้วยเสียงดนตรี และเสียงขับขานของผู้ชมที่เห็นนั้น ราวกับเสียงกรีดร้องที่ผาสุข
ในด้านเรย์จิคุง หลังได้รับ’คำปลุกใจ’จากชูคุงแล้ว การตีกลองของเรย์จิคุงแสดงความรุนแรงออกมาราวกับปลดปล่อยความอัดอั้นคับแค้นในใจที่มี สายตาอาฆาตนั้นส่งตรงมาถึงชูคุง โดยที่ชูคุงไม่ยี่หระต่อสิ่งนั้น ยิ่งไปกระตุ้นให้เรย์จิคุงแทบอยากลงไม้ลงมือเสียเดี๋ยวนั้น ท่วงทำนองหมายจะมุ่งฆ่าปะทุโดยไม่ปิดบัง อา.. ตัวผมที่มองจากด้านหลังของทุกคน เห็นสิ่งการประสานที่ก้องกังวาลเหล่านั้น เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากครับ ผม อยากสัมผัสมันอีก อยากรู้สึกมากอีก มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น……!”
“คุรามะ…….!”

มิโซโนะเบิกตาโพลงอย่างตื่นตระหนก มือทั้งสองข้างขับหัวไหล่ของอีกฝ่ายเหมือนเรียกสติ หรือในทางกลับกัน อาจจะดึงตัวตนของเจ้าตัวให้กลับมาอยู่ในขอบเขตของสามัญสำนึกก็เป็นได้ มิโซโนะมองใบหน้าที่ตื่นเต้นของคุรามะเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต สีหน้าที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่มีการประดิษฐ์ บรรยายเรื่องราวออกมาราวกับฉากภาพวันนั้นให้ตนได้เห็น เอปซิลอนฟายเป็นวงดนตรีที่แตกต่างจากเขามากเกินไป มิโซโนะไม่ว่างมาทำความเข้าใจถึงเรื่องจำเพาะของวงในตอนนี้ สิ่งที่ตัวเองจดจ่อ มีเพียงบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

“คุรามะ……
……น่าเสียดายที่แสดงไลฟ์ของพวกเรา จากนั้นก็ดำเนินไปอย่างสามัย ผมรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าเบื่อนิดหน่อย แต่เพราะพื้นฐาน ทุกคนมีอารมณ์ความรู้สึกที่โดดเด่นกันมาก ๆ สักวันความไม่คงที่เหล่านั้นจะหันเหไปทิศทางใดก็ไม่มีทางรู้ ถึงตอนนั้น ทุกคนจะแสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นอีก ผ่านการกระทำ และเสียงดนตรี ผมเลยชอบเอปซิทุกคน ชอบสังเกตการณ์เอปซิทุกคนมากเลยครับ”
…………หรือก็คือ นายรู้สึกถึงอารมณ์ที่รุนแรง ผ่านการเล่นไลฟ์ และการสังเกตการณ์พวกเอปซิ ทุกคนเลยสินะ“
“ครับ”

คุรามะยิ้มพริ้มน้อย ๆ ให้กับคำถามอีกครั้งราวกับเป็นเรื่องปกติ

“ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่นายสงสัยอารมณ์ความรู้สึกมนุษย์ที่นายไม่มี ไม่ใช่ว่านาย ’ไม่มี‘ แต่ว่า รู้สึกกได้เฉพาะเมื่อถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ที่รุนแรงมาก ๆ อย่าง ความโกรธแค้น เดือดดาล อิจฉา อะไรพวกนั้น รึเปล่า?“
”แล้วก็เซ็กซ์ด้วย ใช่ครับ”

คุรามะไม่ลืมอีกหัวข้อหนึ่งที่สำคัญ ทำเอามิโซโนะเป๋อีกครั้ง จนเขายีหัวอีกฝ่ายทั้งที่รู้ว่าเมื่อครู่ มนุษย์คนนี้เพิ่งโพล่งคำพูดที่ยากจะทำความเข้าใจได้ เหตุผลที่ยากจะทำความเข้าใจ นั่นคือ สิ่งที่ตัวเอง และมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะกระหายหรือโหยหาความรุนแรงนั้นอย่างแน่นอน
แต่ว่า การแสวงหาอารมณ์ความรู้สึกของคุรามะ ไม่ได้มีแต่หนทางที่ใช้ความรุนแรง ถ้ามองดี ๆ แล้ว สิ่งที่เจ้าตัวพูด มีแต่การจ้องมองความรุนแรงของผู้อื่นและแปรเปลี่ยนให้ความรู้สึกนั้นกระตุ้นอารมณ์บางอย่างของตนเอง

สุดท้ายแล้ว นายก็แค่อยากจะรู้สึกเท่านั้นเองนี่? สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปมีจนติดตัว แต่นายไม่รับรู้จนค้นหาด้วยตัวเอง

“เอ่อ นี่ คุรามะ แล้วนายรู้ตัวว่า นายไม่รับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ?”
“สมัยนั้น เรื่องตอนผมอยู่สถานอนุบาลครับ น่าจะเมื่อ 5 ขวบ ผมพบนกที่ตายแล้วอยู่ในสวน ทุกคนมองล้อมรอบนกตัวนั้น พลางแสดงความโศกเศร้า ไม่ก็บอกว่าน่าสงสาร แต่ว่าผม ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ“

มิโซโนะหยุดหายใจอีกครั้ง เจ้าตัวยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พูดถึงช่วงเวลาที่ห่างไกลอย่างแม่นยำราวกับไม่เคยลืม

”จากนั้น ผมใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ยังไม่เข้าใจ กระนั้นก็รู้ตัวแล้วว่ามีบางอย่างที่ผมแตกต่างจากคนอื่นครับ อย่างการจำแนกกลิ่นหอมอย่างถูกต้องจนผู้ใหญ่ฮือฮากัน หรือเรียนเปียโนครั้งแรกก็สามารถเล่นจนเข้าร่วมประกวดและรับรางวัลชนะเลิศได้“
แล้ว พ่อแม่ของนายรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?“
”ไม่เลยครับ ผมพิจารณาแล้วว่าไม่ควรพูดเรื่องน่าหนักใจให้กับพวกท่านจะดีกว่า ทั้งสองท่านเลี้ยงดูผมอย่างเพียบพร้อมไม่ขาดตกบกพร่องอะไร ญาติ ๆ มักบอกว่าผมได้รับความรักอย่างดีเลยครับ เพราะอย่างนี้เลยยิ่งรู้ตัวเร็วด้วยละมั้งครับว่าผมควรจะทำตัวให้เป็น ’มนุษย์‘ มากที่สุด“

คุรามะพูดราวกับตนเองนั้นคือสิ่งที่บกพร่อง โดยยังคงสีหน้ายิ้มน้อยเรียบเฉยเช่นเคย ทำให้มิโซโนะรู้สึกหงุดหงิดบางอย่างในใจ

“นายพูดเหมือนตัวเองไม่ใช่มนุษย์เลยนะ ในมุมของฉัน ฉันมองนายเป็นมนุษย์คนนึงอยู่นะ“
…… อย่างนั้นเหรอครับ? ถึงผมจะตอบตามตรงไม่โกหกตามเงื่อนไขของคุณมิโซโนะ แต่ผมคาดเดาว่าคุณอาจจะแสดงท่าทีปฏิเสธมากกว่านี้ น่าแปลกใจจริง ๆ ครับ“
……… ถ้าฉันไม่พูดดักก่อน นายก็อาจจะโกหกฉันงั้นสิ“

คุรามะยิ้มน้อยมองประกายตาใสมาที่ตัวเองโดยไม่ปริปากพูดอะไร งั้นก็ใช่สินะ มิโซโนะคิดว่าบางทีคุรามะที่ยังไม่รู้จักตัวเองในตอนนี้เป็นสิ่งที่ดี เลยค้นหาสิ่งต่าง ๆ ที่จะมาเติมเต็มอารมณ์ความรู้สึกที่ขาดไป แต่นั่นเหมือนรูใต้ก้นแก้วที่เติมเท่าไหร่ก็ไม่อาจเต็ม และคงไม่มีอะไรมาปิดกั้นสิ่งที่กลวงตรงนั้นได้อย่างถาวร
แต่ ถึงไม่มีทางปิดได้อย่างถาวร แต่ถ้าการตอบคำถามของเขา สามารถกั้น

“อ้อ ผมเคยตั้งใจจะหักปีกนกด้วยนะครับ”
ฮะ? หา? อะไรนะ?”
“ในสวนสาธารณะ อากาศที่แจ่มใส ผมได้รับโจทย์แต่งเพลงเกี่ยวกับนก ผมอยากแต่งเพลงเกี่ยวกับนกที่บินไม่ได้ ผมไม่สามารถจินตนาการได้ จึงตั้งใจจะหักปีกนกเพื่อเห็นกับตา แต่ถูกขัดขวางไว้ เลยทำไม่สำเร็จครับ”
“คุรามะ………

มิโซโนะขยับเข้าใกล้แล้วบีบหัวไหล่อีกฝ่ายแน่น ๆ อีกครั้ง มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่จริงจัง เขารู้แล้วว่าคุรามะไม่ได้พูดโกหก ไม่มีเหตุผลต้องใส่ไฟมากขึ้น นอกจากอยากจะเห็นปฏิกิริยาของตน อารมณ์รุนแรงที่อาจจะออกมาจากตัว แต่มิโซโนะนึกถึงสิ่งที่เพิ่งได้เรียนรู้มา ต้องอธิบายสิ่งที่สมเหตุสมผลให้ไซโคพาธยอมรับได้ เขาไม่ได้ทำครั้งแรก มิเขานะคิดว่าตัวเองทำได้จึงพูดออกมา

“ถึงการหักปีกนกจะไม่ผิดกฎหมาย แต่มันจะทำให้ภาพลักษณ์ของวงนายเสียหายได้ไม่ใช่เรอะ”
“ผมถึงตั้งใจจะทำโดยไม่มีใครเห็นครับ แต่มีคนมาพบจนได้”
สมมติหากนายทำได้ นายคิดว่าจะได้รับคำตอบที่คิดไว้จริง ๆ เรอะ“
”ก็เพราะ นั่นเป็นโจทย์ชูคุงให้ผมเป็นคนคิดเองน่ะครับ ผมเลยหาวิธีที่จะได้รับคำตอบด้วยตัวผมเอง แม้ว่านั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง หรือเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม แต่นั่นคือคำตอบที่ผมค้นพบครับ“

วิธีที่จะนำมาซึ่งคำตอบของคุรามะ ไซโคพาธรับรู้แต่จะไม่สนกฏเกณฑ์ใด ๆ ทำทุกอย่างเพื่อได้มาซึ่งที่ต้องการ ถึงจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คุรามะมีคุณสมบัติไซโคพาธจริง ๆ

แล้วนายคิดยังไง กับการค้นหาคำตอบโดยใช้วิธีถามคำถามกับฉันล่ะ?“
”? ผมคิดว่าคำตอบของคุณมิโซโนะให้ความกระจ่างกับผม ทำให้ผมยอมรับได้ เป็นวิธีหนึ่งที่คิดว่ามีประสิทธิภาพพอสมควรครับ แล้ว มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนกหรือครับ?“

นกที่บินไม่ได้ นกที่ตายไปแล้ว คุรามะคิดยังไงเมื่อได้เห็นเจ้าพวกนั้นกัน
การกระทำในอดีตเหล่านั้นผ่านพ้นไปแล้ว การถามคำถาม ตั้งข้อสงสัย หรือขุดคุ้ยเรื่องซึ่งไม่เกิดประโยชน์อันใดเป็นสิ่งที่ไม่ควร ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ควรพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาในตอนนี้มากที่สุด

”ฉันไม่เกี่ยงเรื่องที่นายจะไปทำอะไร นั่นเป็นสิทธิของนาย แต่นายต้องยอมรับผลของการกระทำนั้นด้วย คุรามะ ถ้านายไปทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อเรื่องผิดสามัญสำนึกต่อสังคม ผิดกฎเกณฑ์ทางศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือว่าโกหกฉันเพื่อหลบเลี่ยงไปทำเรื่องพวกนั้น ฉันจะไม่คุยกับนายอีก”
“ไม่คุยกับผม หรือครับ?”
“ไม่คุย แล้วก็จะไม่มีอะไรด้วยกันกับนายด้วย ไม่แลกหนังสือ ไม่สนทนาด้วยกันแบบนี้อีก ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะ“

คุรามะเลิกแสดงรอยยิ้มและใช้มือจับคางพินิจไตร่ตรอง มิโซโนะไม่รู้ว่านอกจากตัวเองแล้วคุรามะมีคู่สนทนาที่ไขข้อสงสัยให้กระจ่างเช่นเขาหรือไม่ แต่หากสิ่งที่คุรามะพูดเป็นความจริง ตัวตนของเขาจะมีน้ำหนักมากพอเพื่อที่จะไขข้อสงสัย และค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ของคุรามะเอง โดยไม่มีข้อจำกัดที่สุ่มเสี่ยงเช่นนั้น เป็นการลงเดินพันที่เสี่ยงอย่างมาก ขนาดยังไม่นับรวมความรู้สึกส่วนตัวที่ตัวเองมีให้คุรามะไปแล้ว และยังคงมีอยู่แม้จะฟังเรื่องราวเหล่านี้ไปแล้วก็ตาม

…… ถ้าอย่างนั้น ผมจะสามารถถามกับคุณมิโซโนะอะไรก็ได้งั้นเหรอครับ?“
”ใช่“
”เซ็กซ์ในมิติอื่นนอกจากการสำรวจร่างกายของผม ความรุนแรง การฆาตกรรม สามัญสำนึก ความตาย รวมถึงเรื่องผิดศีลธรรม เส้นแบ่งที่เจือจางเหล่านั้น คุณสามารถให้คำตอบผมได้หรือครับ?“
”ได้สิ คุรามะ ถึงจะเป็นตอบคำถามในมุมมองฉัน แต่ว่า ฉันจะเป็นคนเดียวที่นาย ’สามารถถามทุกอย่างได้‘ และฉันจะ ’ให้ความร่วมมือ‘ ในขอบเขตที่ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายและอื่น ๆ อย่างที่พูดไป ฉันทำได้ คุรามะ“

เนื้อหาราวกับหลุดเข้าไปในโลกที่ไม่รู้จัก แต่แท้จริงแล้วคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต่างมีอยู่ เส้นแบ่งที่ก่ำกึ่ง และความรุนแรงปกปิดมันไว้ ผู้ที่ไม่อาจรู้ถึงจุดยืนของตน ไม่ปะทุมันออกมาผ่านสื่อที่เป็นตัวกลาง หรือระบายออกผ่านเซ็กซ์แล้วละก็ ความรุนแรงนั้นจะส่งผลกระทบต่อรอบข้างเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน
คุรามะยังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่โหยหาและปรารถนาเฉกเช่นคนทั่วไป เพียงแต่สิ่งนั้น อาจจะไม่เหมือนคนอื่นไปนิดหน่อยเท่านั้น

”งั้น ตกลงครับ“
”อ๊ะ
“แม้ว่าบางครั้งผมมีความรู้สึกต้องการในทันที แต่หากมองในระยะยาวแล้ว อาจจะเกิดผลเสียอย่างที่คุณว่า ดังนั้น ผมตกลงครับ คุณมิโซโนะ ผมอยากจะให้คุณ ตอบคำถามกับผมเช่นนี้เรื่อยไปนะครับ”

มิโซโนะฟังคำตอบที่คุรามะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่รอยยิ้มนั้นหายไปแล้ว กลับรู้สึกเคอะเขินขึ้นมา ราวกับซ้อนทับประโยคขอแต่งงาน ทำไมถึงคิดเรื่องนั้นในตอนนี้กัน สถานการณ์มันไม่เหมาะไม่ควรชัด ๆ ! แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของมิโซโนะก็กระจ่างแจ้งในคราวเดียว

เหตุผลที่มิโซโนะไม่เคยนิยามความสัมพันธ์ตัวเองกับคุรามะ คงเพราะมีสิ่งนี้กั้นไว้ ตนรู้สึกว่าตัวเองได้เห็นตัวจริงของคุรามะ ความเป็นจริงนั้นไม่ทำให้ความรู้สึกที่ตนมีแต่คุรามะเปลี่ยนแปลง ซ้ำยังย้ำให้รู้ว่าตัวเองไม่อยากห่างจาก ยังอยากไขข้อสงสัยให้ ไปพร้อมกับเรียนรู้ รู้จักตัวตนน่าพิศวงของอีกฝ่ายไปเรื่อย ๆ

ไทม์มิ่งที่รู้ตัวว่าเป็นความรัก มันไม่โรแมนติกเอาซะเลย

“อะ เอ้อ! ดีใจจัง! จริง ๆ แล้วฉันก็อยากคุยกับนาย อยากตอบคำถามนายไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน…… เฮ้อ……
“? คุณมิโซโนะ ดูจะเหนื่อยมากนะครับ”
“แหงสิ…… เหมือนลงเดิมพันครั้งใหญ่ในชีวิตเลย อะ ถึงนี่จะเป็นสัญญาปากเปล่าแต่ก็มีผลทางกฎหมายได้เหมือนกันนะ หรือจะให้ลงเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย?”

คุรามะมองท่าทีมิโซโนะแล้วกลับมาใช้มือป้องปากเล็กน้อย และหัวเราะเล็ก ๆ ด้วยการสงวนท่าที มิโซโนะเห็นแล้วรู้สึกเขินอีกครั้ง ไม่รู้ว่านี่คือการจงใจหัวเราะอย่างธรรมชาติกันแน่ ตัวเองก็เริ่มสงสัยเกณฑ์การเลือกแสดงออกของคุรามะแล้วเหมือนกัน

”ไม่ต้องหรอกครับ หากลงลายลักษณ์อักษรแล้วหากมีคนนอกมาเจอจะเกิดข้อสงสัยที่ไม่จำเป็น แล้วผมก็สัญญากับคุณแล้ว ฉะนั้นผมไม่ทำหรอกครับ เพราะฉะนั้น คุณมิโซโนะ รักษาสัญญากับผมด้วยนะครับ?“

คุรามะยื่นนิ้วก้อยออกมาเหมือนเด็กน้อย จะว่าไปแล้ว ความสงสัยของคุรามะ อาจจะคล้ายกับเด็กไร้เดียงสาที่ไม่รู้จักสามัญสำนึก สิ่งที่ทำไปเพราะความใคร่รู้ ไม่มีความชั่วร้ายใด ๆ ในนั้น อาจจะเพราะมิโซโนะรู้สึกอย่างนี้ จึงไม่อยากละสายตาจากคุรามะก็เป็นได้

”อา ได้สิ ฉันสัญญา คุรามะ“
”ขอบคุณนะครับ“

มิโซโนะเกี่ยวก้อยสัญญากับคุรามะ สายสัมพันธ์รูปแบบใหม่ไร้คำนิยามเกิดขึ้นแล้ว มิโซโนะคงต้องลำบากไม่น้อย แต่ก็เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ แม้จะมีช่วงเวลาที่ลังเลหรือไม่เข้าใจ สุดท้ายแล้ว มิโซโนะจะไม่เสียใจต่อการตัดสินใจของตนเองอย่างแน่นอน

”ถ้าอย่างนั้น เริ่มจากคำถามนี้เลยนะครับ“
”หืม“
”ไซโคพาธคืออะไรครับ“
“อ๋อ! นั่นสินะ! ถ้าบอกเลยนายก็คงไม่เข้าใจทันที แต่ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างง่ายก็ เราไปเช่าหนังเรื่อง American Psycho มาดูกัน“

คุรามะขมวดคิ้วเล็กน้อยที่ไม่ได้รับคำตอบในทันที มิโซโนะเห็นสีหน้านั้นครั้งแรกก็ยังมองว่าน่ารักขึ้นมาได้ ท่าทางฉันจะชอบหมอนี่จริง ๆ นั่นแหละ มิโซโนะคิดแล้วจับมืออีกฝ่ายลุกขึ้น เดินไปพลางค้นหาว่าหนังเรื่องนี้มีฉายสตรีมมิ่งหรือให้เช่าที่ไหนบ้าง คุรามะมองมิโซโนะที่ยังคงพูดคุยกับตนเองเฉกเช่นเดิม ทั้งที่ตนเพิ่งเปิดเผยเรื่องราวที่แม้แต่คนใกล้ตัวที่สุดอย่างเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยประถมหรือเพื่อนร่วมวงยังไม่รู้ ทำไมถึงยังแสดงท่าทีแบบเดิมได้กัน

“ทำไมคุณมิโซโนะถึงยังปฏิบัติตัวกับผมเหมือนเดิมได้นะ?”

มิโซโนะได้ยินคำถามที่เหมือนกับการพูดกับตัวเองนั้น แล้วลูบหัวคุรามะเบา ๆ คุรามะเห็นใบหน้าที่แก้มแต้มสีแดง มองกลับเข้าไปในนัยน์ตาที่จับจ้องมองมาที่ตนทั้งรอยยิ้ม

“ฉันปฏิบัติตัวกับนาย ‘พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก’ ต่างหาก”

กว่าคุรามะจะเรียนรู้และนิยามตนเองว่ามีคุณสมบัติ ‘ไซโคพาธ‘ และรับรู้ว่าสิ่งที่มิโซโนะกระทำ ’การปฏิบัติตัวกับตนอย่างพิเศษ’ ว่าคืออะไรนั้น ก็เป็นหลังจากนั้นในอีกไม่นานเกินทนรอนัก


(จบ)