Privatter+
Font
Serif
Sans Serif
Color
Light
Dark
auto
Font size
Large
Medium
Small
Language
Japanese
English
Sign in with Google
Sign in with ID and password
Account ID
Password
Sign in
Forgot password?
Create account
aykawpv
2025-08-12 19:26:34
16648文字
Public
rotd
Clear cache
(Fanfic) rotd 🥢🕊️ - impression
เรื่องสั้นที่ยาว! สุดยอด!
ผมชอบสมาชิกวง εpsilonΦ ทุกคน
เพราะทุกคนแสดงความรู้สึกแสนรุนแรง ปะทุออกมาอย่างล้นทะลัก
ซึ่งเป็นการแสดงอารมณ์ของมนุษย์ซึ่งยากที่จะได้เห็นใกล้ ๆ
แต่ในตอนนี้ ทุกคนต่างอยู่ในสภาวะที่ช่างไม่น่าสนใจเอาเสียเลย
ไม่ว่าจะเป็น ความสุขุมเมื่อก้าวเป็นผู้ใหญ่
…
การปล่อยผ่านเรื่องราวในอดีตและทุ่มเทกับภารกิจในปัจจุบัน
…
การดูแคลนที่ไม่สัมฤทธิ์ผลเพราะความกระวนกระวายภายในใจ
…
ไฟแห่งความหวังที่จุดประกายในห้วงนรกที่สิ้นแสง
…
ช่างไม่น่าสนใจ
……
ไม่สมกับเป็นวง εpsilonΦ ที่ชูคุงเคยพูดเอาไว้เลย
การไร้ซึ่งความขัดแย้งทั้งหลายนั่นคือต้นตอ
ผมควรทำอย่างไรดีนะ
……
-------------
“คุรามะ? เป็นอะไรน่ะ?”
“... คุณมิโซโนะ”
คุรามะ ทาดาโอมิถูกปลุกจากในห้วงภวังค์ความคิดของตนเอง เขาได้ทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองเพิ่มขึ้นมาได้อีกหนึ่งสิ่ง และนั่นก็กลายเป็นโจทย์ใหม่ให้เขาได้ขบคิดถึงทางออกในอีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเรียกว่าเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ แต่ความรู้สึกที่ทาดาโอมิตระหนักถึงในตอนนี้คือความเป็นจริงอย่างแน่นอน
“ดูนายใจลอยอยู่นะ มีเรื่องให้คิดเหรอ?”
“อืม
…
อาจจะใช่ก็ได้ครับ”
“งั้นวันนี้แยกย้ายกันเลยก็ได้นะ ได้แลกหนังสือกันแล้วด้วย ถ้ามีอะไรก็ทักข้อความมาได้เสมอเลย!”
“... บางทีผมอาจจะกำลังรู้สึกเบื่ออยู่ก็ได้ครับ”
คนที่ช่วยให้ทาดาโอมิตระหนักถึงความรู้สึกแสนสำคัญของตัวเองก็คือมิโซโนะ เรออน ผู้ที่กำลังคบหากับเขาในตอนนี้ การพูดคุยกับเรออนทำให้ทาดาโอมิได้เข้าใจถึงความรู้สึกของตัวเอง ทั้งความรู้สึกใหม่ และความรู้สึกที่มีมาตลอดแต่ไม่เคยได้รับการตระหนักรู้ ดังนั้น หากมีสิ่งที่สงสัย หรือความรู้สึกใด ๆ ที่ยากจะอธิบายออกมา ทาดาโอมิจะโยนหินให้เรออนได้เก็บมาพินิจถึงตัวตนของมันอยู่เสมอ
“เอ๋?! เอ่อ ที่ว่า ‘น่าเบื่อ’ เนี่ย หมายถึงอะไร พอจะจำกัดความได้ไหม?”
“ผมเบื่อเรื่องความสัมพันธ์
…
”
“!”
“... ภายในวงน่ะครับ”
“อะ อ้อ
…
! งี้เอง
……
”
เรออนไม่ได้มีนิสัยจุ้นจ้านกับเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะความสัมพันธ์กลุ่มนักดนตรีอันแสนหลากหลายนานาจิตตังดั่งจำนวนท่วงทำนองและคำร้องที่มีนับแสนนับล้าน เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินว่าสิ่งนั้นสมควรหรือไม่ เพียงแต่ทำความเข้าใจถึงลักษณะจำเพาะของวงนั้นว่าเหมาะสมแล้วหรือเปล่า
“ที่นายรู้สึก ‘เบื่อ’ นี่ คิดว่าสาเหตุมาจากอะไรน่ะ?”
“คงเพราะ บรรยากาศของทุกคนเปลี่ยนไปน่ะครับ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง แต่ทุกคนกำลังขยับไปในทางที่ผม
…
อาจเรียกว่าไม่อยากให้มันเป็น
…
และนั่นอาจจะทำให้วงได้รับความสนใจน้อยลงก็ได้”
“ก็คือ ในตอนนี้ เรื่องฝีมือหรือฟอร์มวงไม่มีปัญหา แต่นายสัมผัสได้ว่าบรรยากาศในวงเปลี่ยนไป และอาจจะกระทบถึงวงภายในอนาคตสินะ?”
“โดยผลลัพธ์แล้ว ผมกังวลว่ามันจะเป็นอย่างนั้นครับ และนั่นทำให้ผมรู้สึกอยากทำอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี”
“อย่างนาย ก็คงไม่ได้คิดจะมาถามหาวิธีการอะไรจากฉันด้วยสิ”
“ใช่ครับ เพราะสถานการณ์วงของผมกับคุณมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง คงไม่สามารถจำลองเหตุการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบหรอกครับ”
เรออนรับรู้ถึงบางสิ่งที่อาจจะไม่ถูกต้องในศีลธรรมในใจของเขา เพราะเขารู้ว่าทาดาโอมิเป็นคนประเภทไหน แต่ตราบใดที่สิ่งนั้นยังไม่แม้แต่จะเริ่มว่าจะแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งใด การตีตนไปก่อนไข้ก็พาลแต่จะนำเรื่องยุ่งยากและยิ่งถอยห่างจากความวางใจที่ทาดาโอมิเปิดเผยกับตัวเองมากขึ้น เรออนจึงทำได้เพียงรับฟังและลองเสนอบางสิ่งที่พอทดแทนกันได้ เช่นทุกครั้ง
“แสดงว่า นายอาจถามหาว่า ในขอบเขตที่มีแค่ ‘ฉัน’ กับ ‘นาย’ มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้บ้างสินะ”
“นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมบอกความรู้สึกตัวเองที่กลั่นออกมาได้กับตัวคุณก็เป็นได้ครับ”
“งั้น ถ้านายกำลังเบื่อละก็
…
”
เรออนยื่นมือมากุมฝ่ามือที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยแต่เรียวบางกว่าของทาดาโอมิ ใช้เวลาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนประสานสายตามองที่ดวงตาอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่เขาทำไม่ใช่ฐานะมือกีตาร์ของวงคู่แข่งไจโรเอ็กเซีย แต่เป็นในฐานะคนรัก ที่อยากช่วยหาชิ้นส่วนของความรู้สึกมาปะติดปะต่อให้อีกฝ่ายเป็นตัวตนของตัวเองที่เขามองว่ามีเสน่ห์น่าค้นหาอย่างยิ่ง
“ลองหาสิ่งกระตุ้นใหม่ ๆ ไหม? อย่าง
……
‘สวนสนุก’ น่ะ?”
*
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”
“อ้าาาาาาาาาาาาาาา!!!”
“เยยยยยยยยยยยยย้!!!”
“แงงงงงงงงงงงงงงง!!!”
“ว้าว
……
”
“อื้ม
……
”
ทาดาโอมิกำลังมองไปยังเครื่องเล่นที่โครงสร้างสูงตระหง่านเป็นแนวตั้ง เมื่อเครื่องเล่นปล่อยตัวดิ่งลงด้วยความเร็วมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในไม่กี่วินาที ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแสนหลากหลายของผู้คน เรออนมองใบหน้าด้านของแฟนหนุ่มที่ตาโตประกายแสนน่ารักด้วยสีหน้ายิ้มยินดีผสมเจื่อนแห้ง ๆ เนื่องด้วยรู้สึกหลายอย่างปนเป แต่โดยรวมแล้ว เรออนรู้สึกดีใจที่ได้เลือกสถานที่ที่น่าพึงพอใจสำหรับทาดาโอมิมาได้
“อยากลองเล่นครับ”
“เอาสิ”
“คุณมิโซโนะไม่มาด้วยหรือครับ?”
“เอ่อ
……
”
“งั้นผมไปถามความรู้สึกจากคนที่เพิ่งเล่นเสร็จตรงนั้นนะครับ”
“เดี๋ยว ๆๆๆ ! ฉันไปด้วย! ไม่ต้องรบกวนถามคนอื่นหรอก!!”
“ครับ”
เรออนไม่ได้ชื่นชอบหรือรังเกียจเครื่องเล่นหวาดเสียวเป็นพิเศษ แต่ในฐานะคน ๆ หนึ่งที่เห็นภาพและเสียงกรีดร้องตรงหน้า รวมไปถึงความทรงจำย้อนไปนึกถึงภาพยนตร์ที่เคยดูเมื่อนานมาแล้ว สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ถูกปลุกขึ้นมาว่าไม่ควรขึ้นเล่น แต่ถ้าจะทำความเข้าใจทาดาโอมิมากขึ้น ก็มีแต่ต้องต่อต้านสัญชาตญาณนั้นและท้าสู้ต่อประสบการณ์แปลกใหม่ตรงหน้า
มีตัวเลือกสวนสนุกหรือธีมปาร์คที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวมากมาย ทั้งแนวสำหรับครอบครัว เด็กเล็ก หรือคู่รักที่มาเดทกัน หลังจากตกลงเรื่องวันเวลาที่ว่างพร้อมกัน เรออนก็สืบหาข้อมูลเพื่อหาตัวเลือกที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด จริงจังเสียจนโดนสมาชิกในวงแซวหลายครั้งหลายหน ‘คุรามะคุงบอกว่าเรออนคุงจะพาไปเที่ยวสวนสนุก ชอยส์ดีขึ้นมาบ้างแล้วนี่นา~’ บ้างล่ะ ‘สถานที่ที่มวลพลังแห่งความสุขล่องลอยมากมาย เรออนกับทาดาโอมิน่าจะมีความสุขด้วยนะ~’ บ้างล่ะ
…
พอคิดว่ารับ ๆ ไว้เป็นความปรารถนาดีก็พอให้ปล่อยผ่านได้บ้าง แต่มากเข้าก็ไม่วาย ‘อะไรเนี่ย ก็ปกติของคนคบกันรึเปล่า!?’ พร้อมได้รับรอยยิ้มอบอุ่น (?) จากพี่ชายทั้งหลาย
เมื่อพูดถึง ‘สวนสนุกหรือธีมปาร์ค’ ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกการเดทของคู่รักปกติ แต่เรออนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ตัวตนที่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘ปกติ’ ของคนทั่วไปเสียเท่าไหร่ ดังนั้น แค่ขั้นตอนสืบหาข้อมูล เขาก็รู้สึกสนุกกับการค้นหาตัวเลือกเหล่านั้นแล้วเหมือนกัน แต่ความรู้สึกสนุกในตอนนั้น กับความรู้สึกที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ช่างกลับกันเสียเหลือเกิน
“ระหว่างต่อคิวเล่น มีแผ่นป้ายบอกประวัติ และข้อมูลของเครื่องเล่นนี้ด้วยละครับ”
“เห...... ดีนะ”
“ดูเหมือนมุมตกของเครื่องเล่นนี้จะมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
…
ลงกิเนซเวิร์ลด์เรคคอร์ดด้วยนะครับ”
“อ้อ
…
ยอดไปเลย”
“คุณมิโซโนะ น้ำเสียงดูไม่ใส่ใจกับเนื้อหาที่ผมเล่าเลยนะครับ ไม่น่าสนใจหรือครับ?”
“หา ไม่ได้ไม่สนใจ
……
ไม่สิ น่าสนใจก็จริง แต่มีสิ่งดึงดูดความสนใจมากกว่าน่ะสิ”
“ ‘สิ่งที่ดึงดูดความสนใจกว่า’
……
? ”
“ทั้งเสียงเครื่องยนต์ที่เข้าใกล้มากขึ้น คิวที่รันเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงตัวเอง ฉันมัวแต่โฟกัสตรงนี้จนเหมือนไม่ใส่ใจสิ่งที่นายพูดน่ะ
…
โทษทีนะ!”
“ไม่เป็นไรครับ ที่จริง นับตั้งแต่ก่อนเลือกเครื่องเล่น ผมก็สังเกตอาการของคุณที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเข้าใกล้คิวอยู่เหมือนกัน น่าสนใจนะครับ สิ่งนี้คือ ‘ความหวาดกลัว’ หรือเปล่านะ?”
“คุรามะ
…
!”
“ฮึฮึ คุณจะอดกลั้นได้จนรอดฝั่งหรือเปล่า
…
ผมตั้งตารอดูเลยครับ”
ไม่ว่าจุดประสงค์ของคำพูดนั้นคืออะไร แต่นั่นจุดไฟท้าทายของมิโซโนะได้เรียบร้อย แทนที่จะจดจ่อกับสิ่งที่ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ขอลองขุดคุ้ยสู้ เอาคืนอีกฝ่ายให้รู้สึกสั่นคลอนกับอะไรบางอย่างเหมือนตัวเองบ้างดีกว่า
“ลองดูแล้วกัน! ว่าแต่นายเถอะ คงไม่เคยขึ้นเครื่องเล่นหวาดเสียวอย่างนี้เลยสิ”
“จะว่าไม่เคยก็ไม่ถูกเสียทีเดียว
…
ผมเคยไปธีมปาร์คชื่อดังกับคานาตะคุงมาก่อน เคยเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวในอาคารแนวทิ้งดิ่งที่เห็นทิวทัศน์ภายนอกด้วย ก็มีทั้งผู้คนที่กรีดร้อง ทั้งคนที่ไม่ได้ส่งเสียงออกมาแต่แสดงออกทางสีหน้าก็มี
…
”
“อ๋า พอนึกออกแฮะ ถ้ามีอะไรบดบังวิสัยทัศน์ มันอาจเล่นกับความรู้สึกร่างกาย หลอกตาไม่ให้รู้สึกน่ากลัวกว่าความเป็นจริงก็ได้”
“คุณหมายถึง เครื่องเล่นหวาดเสียวที่ไม่ได้ต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกหวาดกลัว หรือครับ?”
“ไม่ให้รู้สึกเลยก็ไม่เชิง แต่กลุ่มเป้าหมายของเครื่องเล่นนั้นอาจจะเป็นครอบครัว ผู้เล่นทุกเพศทุกวัยมากกว่าคนที่นั่งเครื่องเล่นแบบนี้น่ะ ฉันไม่รู้นะว่าฝั่งเครื่องที่นายเคยนั่งเป็นยังไง แต่ตอนก่อนทางเข้า เครื่องเล่นนี้ก็มีคำเตือนหรือข้อบังคับของผู้เล่นยุบยับเลยนี่”
“อาจจะใช่ก็ได้ครับ
…
แสดงว่าเครื่องเล่นนี้อาจให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่กว่าตอนนั้นก็ได้”
“ถ้าทำได้ก็ดีนะ ฉันนึกภาพนายตะโกนออกมาดัง ๆ ไม่ออกเลยเหมือนกัน อยากเห็นเลยละ”
“อยากเห็นผมตะโกนขณะเล่นเหรอครับ? ทำไมล่ะครับ?”
“ก็ไม่เคยเห็นและไม่รู้ว่านายจะทำสีหน้ายังไงน่ะสิ บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ต้อง ‘จงใจทำ’ หรอกนะ!”
“เข้าใจแล้วครับ”
จากนั้นไม่กี่อึดใจ พนักงานดูแลก็เรียกผู้เล่นลำดับถัดไปให้ขึ้นเครื่อง จึงถึงตาของเรออนกับทาดาโอมิแล้ว หลังจากถูกพามาเล่นหน้าประตูทางกั้น ทั้งสองคนมองผู้เล่นก่อนหน้าที่ประจำเครื่อง ฟังคำอธิบายความปลอดภัยเบื้องต้นจากพนักงานดูแล และกล่าวคำทักทายระหว่างออกตัว
“อ๊ะ”
“หือ?”
“เมื่อครู่ผมเห็นนิมิตรบางอย่าง---”
“ไม่ต้องมาพูดเรื่องนั้นตอนนี้เลยนะคุรามะ!!!”
ทาดาโอมิพึงพอใจเล็กน้อยกับผลลัพธ์ ดูเหมือนว่าการฝึกฝนหยอกเย้าอีกฝ่าย จะได้ผลดีขึ้นเรื่อย ๆ จากประสบการณ์จริง ๆ
*
“โอย
…
เหวี่ยงลงซะปวดหัวเลย
…
นานชะมัด
……
”
“ดูเหมือนเวลาที่เล่นไปจะใช้เวลา 2 นาที 40 วินาที นะครับ”
“โห ก็นานอยู่นะนั่น!”
“แต่เห็นว่าเครื่องเล่นอื่นก็ใช้เวลานานกว่านั้นด้วย
…
”
“เอาจริงดิ
…
”
ทาดาโอมิวางขวดน้ำเกลือแร่และแซนด์วิชเนื้อลงทางฝั่งเรออนที่นวดขมับตัวเองเบา ๆ เจ้าตัวบอกเองว่านั่งพักสักหน่อยก็คงหาย ดูเหมือนจะไม่ใช่อาการปวดที่หนักมาก แต่จังหวะนี้ก็พอเหมาะพอดีกับการพักดื่มกินอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งสองเลยไปยังคาเฟ่ที่มีของกินเล่นเบา ๆ และเครื่องดื่มชากาแฟ
“ขอบใจที่ยกมาให้นะคุรามะ”
“ไม่เป็นไรครับ น่าเสียดายที่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร”
“ฮะ ๆ จริงเหรอ? มานึกแล้ว ถึงนายไม่ได้ตะโกนอะไรกับเขาเลย แต่พอลงจากเครื่องมาก็ตัวเซเหมือนกันนี่นา!”
“อย่างนั้นหรือครับ? คุณมิโซโนะก็เลยคอยจับมือผมมาจนถึงตรงนี้เลย?”
“ก็นะ”
เรออนมองพื้นที่ฝั่งทาดาโอมิที่มีเพียงแก้วชาใส่น้ำแข็ง ไม่ได้มีของกินเล่นอะไรเลย จึงแบ่งแซนด์วิชออกเป็นครึ่งแล้วยื่นไปทางใบหน้าอีกฝ่าย ทาดาโอมิเห็นอย่างนั้นจึงอ้าปากแล้วเคี้ยวกินอย่างสงวนท่าที
“ขึ้นเครื่องเล่นพวกนี้ร่างกายก็ใช้พลังงานเหมือนกัน กินจุบจิบไปเรื่อย ๆ ดีกว่า”
“ขอบคุณครับ”
ทาดาโอมิรับแซนด์วิชครึ่งหนึ่งมาถือสองมือ นั่งกินพร้อมฟังเสียงสภาพแวดล้อม สังเกตการณ์ผู้คนรอบข้างเรื่อย ๆ แตกต่างกับเรออนที่นั่งถือกินด้วยมือข้างเดียว และมืออีกข้างก็เปิดสมาร์ทโฟทไถหาข้อมูลภายในสวนสนุกต่อไป
“พวกเครื่องเล่นหวาดเสียวที่นิยมก็ใช้เวลาต่อคิวนานอยู่แฮะ ไม่รู้จะได้ขึ้นครบทุกเครื่องหรือเปล่า”
“แต่ถ้าผมขึ้นเครื่องเล่นที่กล่าวว่าหวาดเสียวที่สุดแล้วยังไม่ตะโกนอะไรออกมาเลย เครื่องเล่นอื่นผมก็ไม่น่าจะรู้สึกแล้วหรือเปล่านะครับ?”
“ถ้ามองแค่ผลลัพธ์ก็อาจจะใช่ แต่แนวเครื่องเล่นก็แตกต่างกันนี่ อย่างตะกี้ก็เล่นกับแรงโน้มถ่วงและความเร็ว ส่วนเครื่องเล่นตรงนั้นก็เหมือนจะเน้นที่ความสูง หรือเครื่องนั้นที่ให้คนเล่นตีลังกาแทบตลอดงี้”
“แม้เป็นเครื่องสร้างความหวาดเสียวเหมือนกัน แต่ใช้วิธีการที่แตกต่างเพื่อดึงความรู้สึกออกมา
…
”
“อื้ม ถึงมนุษย์จะมีความกลัวพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มี ‘จุดกระตุ้น’ ต่อมความกลัวที่เหมือนกันนี่? อย่างตะกี้ ฉันออกจะล่กตอนก่อนขึ้นเครื่องกับตอนกำลังจะถูกทิ้งดิ่งลง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รู้สึกรุนแรงเท่าช่วงแรกแล้ว ในทางกลับกัน รอบที่เรานั่งด้วย ก็มีคนที่ตะโกนตลอดเวลาตั้งแต่ออกตัวยันจบ นั่นก็สุดจะคิดเลยว่าเขากรี๊ดตลอดเวลาเพราะอะไรน่ะนะ”
“ถ้าเป็นคุณมิโซโนะจะคิดว่าอย่างไรล่ะครับ?”
เรออนกัดแซนด์วิชคำสุดท้าย เช็ดคราบเครื่องกินที่ริมฝีปากด้วยปลายนิ้วโป้ง ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดมือของทางร้าน เช็ดปากและมือให้สะอาดอีกครั้ง
“ฉันก็ไม่ใช่พวกตะโกนตลอดเวลาด้วย ไม่อยากให้คิดว่าฉันคิดแทนคนอื่นหรอกนะ แต่นั่นสิ
…
คงเพราะอยากให้ร่างกายและจิตใจรับรู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไงอยู่ละมั้ง?”
“เอ๊ะ? ‘การตะโกน’ เชื่อมโยงกับการรับรู้ได้อย่างไรหรือครับ?”
“ก่อนอื่น ฉันวางรากฐานกว้าง ๆ ไว้น่ะ ไม่ว่าจะแค่เจอแมลงในบ้าน หรือเจอภัยพิบัติแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด
…
คนเราจะตะโกนกู่ร้องส่งสัญญาณให้ตัวเองและรอบข้างเมื่อมีภยัตรายใกล้ตัว
ทีนี้ คนเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวที่กรีดร้องตลอดเวลาตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ฉันมองว่าเพราะเขารู้แต่แรกว่าตัวเองหวาดกลัวต่อสิ่งนี้ เลยตะโกนเพื่อเป็นคำเตือนให้แก่ตัวเอง พอเครื่องเล่นแล่นไป เสียงตะโกนนั้นก็กลายเป็นความรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง พูดง่าย ๆ ว่าการตะโกนคือการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมของความรู้สึกที่จิตใจกำลังรับรู้อยู่”
แม้มีเสียงเครื่องจักร เสียงพูดคุยของกลุ่มผู้คน หรือเสียงตะโกนด้วยความรู้สึกหลากหลายของมนุษย์มากมาย ทาดาโอมิจดจ้องและฟังถ้อยคำเรออนที่พูดเรื่อย ๆ ทุกคำอย่างชัดเจน จนกระทั่งชายหนุ่มผมดัดลอนหยุดเว้นจังหวะเพื่อเปิดขวดน้ำดื่ม ทาดาโอมิจึงถามต่ออีกครั้ง
“ถ้าคุณมองแบบนั้น แล้วทำไมคนคนนั้นถึงยังเลือกเล่นเครื่องเล่นที่สร้างความหวาดกลัวให้ตัวเองล่ะครับ? แล้วถ้ากลัวสุดขีด ตอนที่เครื่องเล่นหยุดจอด เห็นชัดว่าสิ้นสุดการเล่นแล้ว ทำไมถึงยังตะโกนร้องอีกล่ะครับ?”
“นั่นสิ ไม่ใช่ทั้งถอนหายใจเฮือก โล่งอกดีใจ หรือเงียบค้างไปเลยนี่นะ แต่ถ้าตะโกนกรณีนั้นน่ะเหรอ
……
”
เรออนใช้มือเท้าคางครุ่นคิด ก่อนจะเริ่มขยับริมฝีปากเอ่ยออกมา วินาทีนั้นราวกับทุกเสียงรบกวนหยุดนิ่งลง
“คงเป็นเสียงกรีดร้องของความยินดีละมั้ง?”
และดังขึ้นอีกครั้ง โลกยังคงหมุนวนไปโดยที่จักรวาลยังคงไม่แปรเปลี่ยนใด ๆ แต่ไม่ใช่กับความคิดที่ฝืดเคืองของคุรามะ ทาดาโอมิ ได้เริ่มขยับกลไกออกมา แรงกระเพื่อมที่สั่นเพียงเล็กน้อย แต่ก็ส่งผลมากพอต่อความคิดที่บิดเบี้ยวของผู้ที่ห่างไกลความเป็นมนุษย์ที่สุด
“แค่นึกถึงพวกตะโดนดีใจเวลาคนเชียร์กีฬาทีมที่ชนะน่ะ ดูจะขัดแย้งและตรงข้ามกับความกลัว แต่มันคือผลพวงของความรู้สึกที่ก้าวข้ามผ่านความหวาดหวั่นว่าทีมจะแพ้ใช่มะ? ทีนี้ ถ้าคนนั้นไม่ได้โดนบังคับมา ก็คงไม่เลือกมาเล่นเครื่องเล่นนี้แต่แรก ฉันเลยคิดว่า คงเป็นพวกที่อยากเอาชนะความกลัว และชอบตัวเองที่ผ่านมันไปได้ ละมั้งนะ!”
“อย่างนี้นี่เอง... คุณมิโซโนะ ช่วยสอนมุมมองใหม่ ๆ ให้ผมตลอดเลย ขอบคุณนะครับ”
“เดี๋ยวเถอะ มาบอกว่าฉันสอนงั้นงี้ นายเป็นขอให้ฉันเล่าความคิดฉันเฉย ๆ นี่นา”
“ผมเรียนรู้จากคำพูดและแนวคิดของคุณอยู่เสมอเลยครับ”
ทาดาโอมิคลี่ยิ้มสุภาพและอ่อนหวานให้ ภาพที่เห็นไม่เจือปนความเสแสร้งจนชวนสงสัยว่านี่คือการเลียนแบบอย่างสมบูรณ์ หรือเป็นความรู้สึกที่แสดงออกมาจริง ๆ ถึงอย่างนั้น เรออนก็ยังทำตัวไม่ถูกกับรอยยิ้มเช่นนั้น ว่าควรจะระแวง หวาดกลัว หรือควรจะชื่นชอบ ให้ความเอ็นดูกันแน่
“ผมทานของว่างเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ เราออกไปเที่ยวเล่นกันอีกมั้ยครับ?”
“หมายถึง เครื่องเล่นหวาดเสียวอย่างอื่นน่ะเหรอ?”
เรออนถามย้ำเหมือนพยายามจะเตรียมใจ
“ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องเล่นประเภทนั้นก็ได้ครับ ที่สวนสนุกนี้ก็เหมือนจะมีพื้นที่หลากหลาย จะเป็นเครื่องเล่นเบา ๆ บ้านผีสิง บ้านกระจก หรือจะแค่พูดคุยกับคุณ ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ”
“เอ๋
…
จู่ ๆ เหมือนนายหมดความสนใจเลยนะ”
“เอ๊ะ ไม่ใช่ครับ ขอโทษครับถ้าสร้างความเข้าใจผิดไป”
เนื่องจากเป็นโต๊ะเล็กที่นั่งฝั่งตรงข้าม ทั้งสองจึงไม่สามารถขยับระยะห่างให้ใกล้ชิดกันได้ กระนั้นทาดาโอมิก็ยังลุกตัวเพื่อยื่นร่างกายท่อนบน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรออน ประทับริมฝีปากที่อ่านการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ออก ทาดาโอมิเคลื่อนร่างออกมานั่งประจำที่อีกครั้ง เป็นอากัปกิริยาที่ไม่ฟุ่มเฟือย และน่ามองอย่างยิ่ง
“คุณช่วยให้ผมค้นพบ ‘สิ่งกระตุ้น’ แล้ว ดังนั้น จากนี้ไม่ว่าคุณจะพาผมไปไหน ผมก็ยินดีครับ”
*
เรออนกับทาดาโอมิกำลังนั่งรถบัสจากสวนสนุก กลับเข้ามาที่กรุงโตเกียวอีกครั้ง
หลังจากที่ทาดาโอมิเชิญชวนให้เรออนทำอะไรตามใจ สุดท้ายก็ไปนั่งเครื่องเล่นหวาดเสียวอีกเครื่อง ก่อนจะเข้าบ้านกระจก นั่งพักกินของขึ้นชื่อท้องถิ่น ลองเล่นม้าหมุน ชามหมุน รวมไปถึงขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่ยอดวิวมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ไม่ได้เห็นภูเขาที่เป็นพระเอกของสวนสนุกแห่งนี้ชัดเจนนัก
‘คุณไม่พอใจเหรอครับ?’
‘ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่แบบ เสียดายนิดหน่อยน่ะน้า ก็เป็นวิวที่อยากให้นายเห็นนี่นา’
‘ถ้าอยากให้ผมเห็น ครั้งหน้าก็พามาอีกสิครับ’
‘!’
‘หากมาอีกครั้ง ตัวผมจะมีความรู้สึกแบบไหนขึ้นมาหรือเปล่านะ
…
’
เรออนรู้ว่าทั้งจุดประสงค์ในการมา หรือความอิ่มเอมที่ได้รับจากการมาเที่ยวสวนสนุกของทาดาโอมิจะแตกต่างจากผู้คนทั่วไป แต่หากมองในภาพรวมแล้ว สิ่งที่เราสองคนกำลังทำอยู่เป็นการกระทำที่ไม่ได้แตกต่างจากคู่รักทั่วไปเลยแม้แต่น้อย หากอธิบายให้คนทั่วไปฟังอย่างสั้นกระชับ ก็สามารถเรียกว่าเป็น ‘การเดทที่มีความสุขดี’ ก็ไม่ผิด
ทาดาโอมิหลับตางีบหลับอย่างแน่นิ่งในสภาพตัวตรง มีเพียงคอที่ขยับเอียงเล็กน้อย แม้แต่ตอนหลับก็ยังดูดี
…
เรออนเห็นแล้วยิ้มเล็ก ๆ ออกมา พร้อมทัดเส้นผมอีกฝ่ายที่ปรกแก้ม เก็บให้อย่างเรียบร้อย
เรออนนึกย้อนถึงความกังวลของทาดาโอมิเรื่องวงดนตรีของตัวเอง ดูเหมือนว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ก็จะมีส่วนช่วยให้เขาจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ หากมันเป็นประโยชน์ต่อวง ทำให้ผลิตเพลงออกมาได้ เพลงซึ่งเป็นไฟล์ดิจิตอลที่ประกอบด้วยตัวเลขฐานจากความคิดและความรู้สึกของผู้คน เขาก็ดีใจที่มีส่วนช่วยให้สิ่งนั้นถือกำเนิดขึ้นมา
ไม่ว่าจะด้วยวิธีการหรือรูปแบบใด หากนั่นคือความยินดีแล้ว
…
เรออนเลื่อนมือไปจับมือที่กุมเก็บทั้งสองข้างอย่างเรียบร้อยของทาดาโอมิ มองทิวทัศน์ที่ดวงจันทร์เริ่มฉายแสงเพื่อพักสายตาไปพลางคิดถึงขอบเขตของรูปแบบและวิธีการเหล่านั้น
แม้ตัวเขาจะไม่มีความคิดไปจุ้นจ้านกับแนวทางวงของวงอื่น แต่ก็มีขอบเขตของการรับได้หรือรับไม่ได้อยู่ เรออนยอมรับไม่ได้กับการกลั่นแกล้งของวง εpsilonΦ ที่เคยทำเมื่อปีก่อน แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาเลิกปฏิสัมพันธ์กับคนที่เกี่ยวข้องในวงนั้น
มีสิ่งใดที่เขาพร้อมรับฟัง มีสิ่งใดที่พร้อมช่วยเหลือ หรือมีสิ่งใดที่รีบรุดเข้าไปห้ามได้บ้าง?
เรออนยังไม่สามารถแบ่งแยกออกได้อย่างชัดเจน ความเป็นจริงมีเส้นแบ่งที่เลือนลางยิ่งกว่า ดังนั้นเขาจึงทำได้แต่ยึดมั่นในความคิดของตน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ เขาจะต้องไม่เสียใจกับทางที่ตัวเองเลือกด้วย เขากุมมืออีกฝ่ายโดยที่ยังไม่รู้คำตอบทั้งอย่างนั้น
รถบัสยังวิ่งตัดผ่านถนนที่มืดมิด ไปสู่แสงสว่างจอมปลอมของเมืองหลวงที่สวยงามและน่าหลงใหล
-------------
ชูคุงที่เอาแต่ใจ
สรรหาวิธีกลั่นแกล้งและหยอกเย้าจิตใจผู้อื่น
…
น่าสนใจ
ฮารุกะคุงที่เดือดดาล
หนีไม่พ้นและทุกข์ทรมานจากผลของการกระทำของตัวเอง
…
น่าสนใจ
คานาตะคุงที่รักใคร่
โหยหาความรัก ดึงสายตาด้วยการทารุณจิตใจฮารุกะคุง
…
น่าสนใจ
เรย์จิคุงที่มืดบอด คลำหาเส้นทางแก้แค้น
ระบายความรุนแรงออกมาภายใต้หน้ากากสงบเสงี่ยม
…
น่าสนใจ
ผมชอบสมาชิกวง εpsilonΦ ทุกคนที่เป็นเช่นนั้น
แต่
คุณมิโซโนะที่มั่นใจในความคิดตน
ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
หมั่นพยายามเพื่อให้ได้การยอมรับโดยไม่ลดละ
…
ไม่น่าสนใจ
ไม่น่าสนใจมากพอที่จะทำให้ผมสนใจแม้แต่นิดเดียว
เมื่อคิดดูแล้ว
ผมน่าจะไม่ได้เข้าหาตัวคุณ
เพราะอยากได้ ‘อารมณ์รุนแรง’ เหล่านั้นจากตัวคุณ
สิ่งที่ผมอยากได้จากตัวคุณ แตกต่างจากทุกคน
และสิ่งนั้นก็ไม่สามารถหาได้จากทุกคนด้วย
สิ่งนั้นคืออะไรกัน?
หากผมหาคำตอบพบ
นั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ตระหนักถึงความรู้สึกว่า
‘ผมชอบคุณ’ ขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้
(จบ)
Reaction
If you make a mistake, you can cancel it by pressing the reaction.
Custom color
Reset color
広告非表示プランのご案内