aykawpv
2025-05-18 20:04:25
22340文字
Public rotd
 

(Fanfic) rotd 🥢🕊️ (R18)

เรื่องสั้นแต่ยาวเรื่องที่หก เอ๊ เรื่องที่หก!?!

~The shortest distance between two points is a straight line~
Archimedes

~ระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างสองวัตถุคือเส้นทางตรง~
อาร์คิมิดีส

================


เสียงร้องให้กำลังใจของเหล่าแฟนคลับในไลฟ์ที่เพิ่งแสดงจบไปเมื่อครู่นั้นยังสะท้อนในโสตสัมผัสของมิโซโนะ เรออน ทั้งผู้ชมที่ตะโกนเรียกชื่อเหล่าสมาชิกอย่างหาญกล้า ผู้ชมโซนด้านหน้าที่ยื่นแขนออกมาโอบกอดความเร่าร้อนจากเสียงดนตรี ผู้ชมที่แม้พลังกายจะอ่อนล้าแต่จับจ้องอย่างลุกโชนในโซนด้านหลัง กระทั่งผู้ปกครองที่จูงเด็กเล็กราวช่วงประถม ทุกคนต่างแต้มสีหน้าด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ เฉกเช่นเรออนที่ตอบรับผู้ชมเหล่านั้นด้วยพลังงานอันล้นเหลือ แม้เขามักจะลืมตัวว่าตัวเองแสดงสีหน้าหรือพูดจาแบบไหนไประหว่างเล่นไลฟ์ก็ตาม แต่เหงื่ออาบไหลกายที่หลงเหลือ ภาพของผู้ชม รวมถึงเสียงเหล่านั้นเป็นหลักฐานสะท้อนถึงความอิ่มเอมที่ตนได้รับอย่างดี

“ทำหน้าพอใจหาอะไร เอาแต่เล่นมั่วซั่ว”
“หาา!? เออ ยอมรับว่าพลาด แต่คนดูเขาก็เอนจอยกันเปล่าวะ”
“การมีทักษะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อเกิด ‘ปัญหา’ แล้ว ‘การแก้ไขเฉพาะหน้า’ จะส่งผลลัพธ์ที่ดีหรือตรงกันข้ามก็ได้ ดังนั้นควรป้องกันด้วยการ ‘ไม่ทำให้เกิดขึ้น’ ตั้งแต่แรกนะ เรออน”

หลังตอกกลับอย่างดุเดือดให้คำพูดจี้ใจดำของนักร้องนำประจำวงจอมเผด็จการ เรออนก็ผงะและพร้อมน้อมฟังคำอธิบายอย่างมีเหตุผลของรุ่นพี่ที่เคารพ ความผิดพลาดในการแสดงนั้นไม่ใช่แค่ตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ แต่เป็นสมาชิกทั้งวงที่ต้องคอยตามฟอลโลว์ตัวเขาหลังจากนั้นด้วย สมาชิกวงไจโรเอ็กเซียทุกคนล้วนมีประสบการณ์และสายสัมพันธ์ที่มากพอจะส่งต่อทิศทางที่ถูกบิดไปแม้เพียงเล็กน้อยของเรออนให้ถูกที่ถูกทางได้ ถึงอย่างนั้น พลาดก็คือพลาดอยู่วันยังค่ำ เขารู้แก่ใจดี

“ผมเข้าใจครับ แต่ไอ้นั่นมันพูดจาไม่เข้าหูนี่……
“น่า ๆ เรออนคุงคงรู้อยู่ว่าจะลงเอยอีหรอบนี้ทุกที ก็ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงกลับก็ได้นี่”
“ก็ถ้าผมไม่พูดสักหน่อย เดี๋ยวมันก็เหลิงดิ!”
“เราทุกคนรับคำพูดของนายูตะได้นะ เรออน รับไม่ได้เหรอ~?”
“ปัญหาไม่ใช่ว่ารับได้หรือรับไม่ได้สักหน่อยคุณเรียว เฮ้อ……

เรออนถูกชายหนุ่มทีมริธึ่มร่างใหญ่อายุมากกว่าสองคนประกบข้างตัวจนเขาดูเหมือนเด็กเล็กเด็กน้อย ดูเหมือนว่าการใช้เหตุผลจะไม่สามารถใช้ได้กับสมาชิกวงของเขาที่มีนักร้องนำเป็นศูนย์กลางเท่าไหร่นัก กระนั้นที่แห่งนี้คือสภาพแวดล้อมที่สามารถขัดเกลาศักภาพเรออนได้ถึงสูงสุด สถานที่ที่เขาเป็นคนเลือกเอง ตะเกียกตะกายเพื่อไปสู่จุดยืนของตัวเองและความฝันในฐานะนักกีตาร์มืออาชีพ นี่คือบรรยากาศอันสามัญของวงไจโรเอ็กเซีย

“เท่านี้ก็แสดงจบไปอีกที่หนึ่งแล้ว เหนื่อยหน่อยนะทุกคน ไลฟ์เฮาส์ที่ถัดไปเป็นการแสดงรอบสุดท้ายของทัวร์ครั้งนี้แล้ว ทบทวนปรับปรุงในสิ่งที่ผิดพลาด และพักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ”
“ครับ!”
“คร้าบ”
“ได้เลย~”
“นายก็ต้องพักผ่อน นายูตะ”
“......ชิ”

มีเพียงเสียงเดาะลิ้นไร้มารยาทออกมาจากปากของนักร้องนำเป็นการตอบกลับ แต่นั่นไม่สะทกสะเทือนซาโตสึกะ เคนตะ มือกีตาร์ฝั่งลีดผู้เป็นเสมือนกุนซือของวงแต่อย่างใด ชายหนุ่มใส่แว่นรุ่นพี่ที่ตัวเล็กกว่าเรออนเล็กน้อยเดินเข้าหานายูตะและไปประกบมือนั้น เผยให้เห็นคีย์การ์ดที่เป็นกุญแจห้องในโรงแรมซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกันสองใบ

“ห๊า?”
“ยิ่งทัวร์รอบสุดท้าย ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพ จริงมั้ย?”
“......”

นายูตะแสดงสีหน้าฉุนขึ้น รับคีย์การ์ดแล้วเดินออกไปจากห้องพักนักดนตรีทันที โดยปกติแล้วหากมีการจัดห้องแยกกัน เคนตะจะจัดห้องให้นายูตะได้อยู่ห้องเดี่ยวเพื่อให้เขามีสมาธิจดจ่อและแสดงศักยภาพสูงสุดออกมา โดยมีตัวเขาดูแลเรื่องสุขภาพอยู่ไม่ห่าง และยิ่งเพราะการดูแลอาซาฮิ นายูตะ มีเหตุผล ‘ด้านสุขภาพ’ อย่างเคร่งครัด ทำให้ทัวร์ครั้งสุดท้ายซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ก็ต้องให้สุขภาพของดวงอาทิตย์เจิดจรัสใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบมากที่สุด ดูเหมือนนักร้องนำก็เข้าใจถึงจุดนั้นจึงไม่ได้เอ่ยคำพูดให้มากความ มีเพียงชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ดูจะรู้ว่าควรปฏิบัติตัวต่อศูนย์กลางดั่งดาวฤกษ์อย่างไรเท่านั้นที่จะพาเขาไปกินอาหารให้ครบหมู่หรือกระทั่งนอนพักผ่อนให้เพียงพอได้ เป็นหนึ่งในความสามารถที่เรออนนับถือและเคารพจากหัวใจ

“สองห้องที่เหลือเป็นห้องเตียงคู่กับเตียงเดี่ยว พวกนายแบ่งห้องกันเองนะ ฉันจะไปเก็บงานกับสตาฟฝั่งไลฟ์เฮาส์ต่อ”
“เข้าใจแล้วครับ”
“โอเค”
“พยายามเข้านะเคนเคน~”
“แล้วนี่ พวกเราแบ่งห้องไงดี? คุณมิยูกิ คุณเรียว”
“เป่ายิ้งฉุบมั้ย~?”
“เรียวจิน ๆ”

ชายหนุ่มผมทองไว้ยาวกวักเรียกมือเบสแล้วซุบซิบข้างหู แม้เรออนจะไม่ได้ยินอะไรแต่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเรียวทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวงเล็กน้อย

“พวกพี่จะเล่นพิเรนทร์อะไรกันครับ”
“ไม่ได้เล่นอะไรสักหน่อย”
“ใช่ ๆ เรากับมิยูกิคุงจะนอนห้องเดียวกันน่ะ~”
“ไหงตัดสินกันเองแค่สองคนล่ะ? ถึงผมจะยังไงก็ได้ก็เหอะ”
“เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่าเรออนคิดถึงทาดาโอมิคุงเหรอ---”
“อื้อ?”
“เรียวจิน---!!”

มิยูกิคว้าตัวเรียวมาล็อกปากไว้เหมือนบอกว่าไม่ควรพูดออกไป ดูเหมือนว่าสาเหตุที่ซุบซิบกันก็คงเป็นเพราะเรื่องนี้

“นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของหนุ่มน้อยน่า พูดตรง ๆ งั้นเกิดเรออนคุงมีทิฐิแปลก ๆ ขึ้นมาทำไง”
“เอ๋ แต่เราควรให้ความสำคัญกับความสุขเรออนมากที่สุดไม่ใช่เหรอ?”

เรออนมองละครตลกของทีมริธึ่มอย่างแนบนิ่งราวกับทบทวนสิ่งที่มือเบสร่างใหญ่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่

“เรออนคิดถึงทาดาโอมิคุงมั้ย?”
“... อื้ม คิดถึง”
“งั้นอยู่ห้องเดี่ยวแล้วจะมีโอกาสใช้เวลากับทาดาโอมิคุงมากกว่าสินะ?”
“อา”
“เพราะงั้น อยู่ห้องเดี่ยวแล้วจะมีความสุขกว่าเนอะ?”
“ใช่”
“แค่นี้ละ ปิดคดี~!”
“เอ๊…….”

เรียวชูแขนขึ้นตรงเพื่อปลดพันธนาการจากแขนที่ล็อกตัวเองไว้ของมิยูกิ ดูเหมือนว่าการเกรงใจคิดถึงอกคิดถึงใจหนุ่มน้อยผู้มีความรักแสนขี้อายนั้นจะไม่จำเป็นกับเรออนที่มีความคิดและความรู้สึกแน่วแน่นัก

“แปลกใจนะเนี่ย ถ้าเจอนายูตะโขกสับงั้นไปแล้วนึกว่าเรออนคุงจะมีไฟซ้อมหามรุ่งหามค่ำสักอีก”
“พูดถึงการซ้อม เรากับมิยูกิคุงก็ซ้อมกันเองได้อยู่แล้วละเนอะ เพราะมิยูกิคุงก็มีจุดที่พลาดอยู่~”
“หยึย รู้ตัวด้วยแฮะ ไม่สิ ทุกคนก็คงรู้ตัว แต่แค่ไม่มาเป็นประเด็นอะน้า

ใช่ เรออนก็รู้ถึงข้อผิดพลาดของมิยูกิด้วยเช่นกัน แต่ทว่าเขาเป็นผู้มีแนวคิดว่า หากพลาดพลั้ง ก็จงรู้เท่าทัน และปรับทิศทางให้ส่งผลดีขึ้นเสีย ไม่ใช่ว่าเราจะให้อภัยให้กับความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการยอมรับและเปลี่ยนมันกลายเป็นความเร่าร้อนและลุกโชนที่ส่งไปถึงผู้ชมมากเสียยิ่งกว่าก็พอ

“จริงอยู่ครับที่เราควรซ้อมเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแบบวันนี้ แต่อย่างที่คุณเคนตะว่าไป การดูแลสุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะงั้น

เขาหลับตาลงแล้วนึกถึงคำพูดในอดีตของตนเองเพื่อย้ำเตือนถึงความรู้สึกของตน เมื่อสองปีก่อน มิโซโนะ เรออน เคยสัมภาษณ์งานลงนิตยสารในหัวข้อ June Bride ว่าหากเขามีคนรัก เขาอยากให้คนนั้นเป็นคนที่ปล่อยให้เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจและให้ความสำคัญกับดนตรีเป็นที่หนึ่ง แต่ในทางกลับกัน

‘ผมจะไม่ทำให้เขารู้สึกเสียใจที่เลือกผมครับ’

“ขอผมชาร์จพลังจากแฟนแล้วค่อยมาลุยต่อดีกว่า!”


*


“แบบนี้นี่เอง ดังนั้น แทนที่จะทบทวนในสิ่งที่ผิดพลาด คุณเลยมาแบ่งปันเรื่องราวนี้กับผมแทนสินะครับ”
“ฉันทบทวนสิ่งที่พลาดเสมอน่า แค่ตอนนี้อยากคุยกับนายมากกว่าไง คุรามะ”

ภายในห้องเดี่ยวของโรงแรม เรออนวางสมาร์ทโฟนที่โต๊ะ ปล่อยร่างของตนนั่งบนเตียงนุ่มในมุมที่ยังเห็นหน้าจอได้ชัดเจน และเปิดวิดีโอคอลกับคนรักที่อยู่ปลายสาย แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ใช่ช่วงเวลานอนของคุรามะ ทาดาโอมิ แต่เขารู้ว่าชายหนุ่มลูกคุณหนูคนนี้เป็นคนประเภทนอนหลับเร็วแสนอนามัย ดังนั้นเรออนที่ไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าโดยเปล่าประโยชน์ จึงรีบทักและคอลเมื่อพร้อมทันที

“เห็นถึงตัวคุณที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วทักมาเลยก็เข้าใจครับ คุณอยากคุยกับผมจริง ๆ”
“ก็นะ นายเองก็นอนไวด้วยนี่นา”
“ใช่ครับ อ๊ะ
“หือ เป็นอะไรไป?”

เรออนลดผ้าเช็ดตัวที่เอาไว้ถูเส้นผมที่แห้งเสร็จหมาด ๆ แล้วโฟกัสที่คู่สนทนาผ่านหน้าจอ เนื่องจากภาพที่ปรากฎนั้นเห็นเพียงช่วงท่อนบนขึ้นไป จึงทำให้เห็นสีหน้าและภาษากายทั้งหมดของอีกฝ่ายได้ยากขึ้น

“บางที ผมอาจจะกำลังดีใจที่คุณทักมาก็ได้ครับ”
“เห จริงเหรอ? ช่วงไลฟ์ทัวร์นี่นายไม่ทักกระทั่งสวัสดีหรือราตรีสวัสดิ์เลยนี่”
“การไม่ได้พิมพ์ทักทายคุณ มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับความรู้สึกดีใจที่คุณทักมาตอนนี้หรือครับ?”
“ก็ พอไม่ทัก ฉันเลยคิดว่าช่วงห่างกันนี่นายไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษมากน่ะ แต่ที่นายดีใจอยู่ อาจจะแสดงว่านายรอคอยข้อความที่ฉันทักมารึเปล่า อะไรอย่างนั้นน่ะ”
“อย่างนั้นนี่เอง เหตุผลที่ผมไม่ทักคุณ เป็นเพราะว่าคุณบอกผมก่อนออกเดินทางตั้งแต่แรกว่า ‘ถ้ามีอะไรจำเป็นก็ทักมาได้’ น่ะครับ และผมไม่ได้ตีความว่า ‘การทักทาย’ คือ ‘เรื่องจำเป็น’”
“เอ๋ เป็นอย่างนั้นหรอกเรอะ! หมายความว่า ความจริงแล้วนายอยากทักฉัน งั้นสิ?”
“... ดูจากความถี่ในการมองหน้าต่างแชทของคุณในตลอดระยะเวลาไลฟ์ทัวร์ที่ผ่านมาสองอาทิตย์ ผมคิดว่า ผมอยากจะทักคุณนะครับ”

สีหน้าเรออนที่เลือดสูบฉีดหลังจากการอาบฝักบัวน้ำร้อน ยิ่งแดงแจ๋เข้าไปอีกเมื่อได้รับรู้ความจริงนี้

“อ้าาา งี้เอง…… ขอโทษนะคุรามะ พอเข้าไลฟ์ทัวร์ทีไร ใจฉันจดจ่อกับเรื่องดนตรีและกิจกรรมวงมาก ๆ ทุกที คงมากจนไม่ทันได้สังเกตความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน แรก ๆ ก็ไม่ได้ชัดเจนหรอก แต่พอเห็นว่ามีโอกาส ฉันก็ไม่ลังเลช่วงเวลาที่จะได้พูดคุยกับนายเลย นั่นเป็นหลักฐานว่าฉันเองก็อยากคุยกับนายเหมือนกันน่ะ”
“แสดงว่า ต่อให้ไม่มีความจำเป็น คุณก็จะไม่มีความรู้สึกด้านลบต่อการทักทายจากผมหรือครับ?”
“ใช่! แค่ว่าฝั่งฉันเองที่อาจจะไม่รู้สึกตัวถึงข้อความนายจนตอบช้าเองก็ได้ ถ้านายโอเคตรงจุดนี้ ฉันก็ไม่ว่าอะไรถ้านายจะทักมานะ”
“เข้าใจแล้วครับ ในทางกลับกัน หากผมอยู่ห่างจากคุณ ผมก็ไม่รังเกียจที่คุณจะทักมาเหมือนกันนะครับ”

เรออนดีใจอย่างไม่ปิดบังกับคำพูดที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยของคุรามะ ‘อยู่ห่างกันงั้นเหรอ’ แม้จะชั่วคราว แต่เป็นคำที่แสดงสถานะตอนนี้ได้อย่างดี

“ขอบใจนะ ว่าไปแล้วพวกเราอยู่ห่างกันครั้งแรกเลยสิเนี่ย”
“ครับ ถึงก่อนหน้านี้พวกเราแต่ละคนจะมีการเก็บตัวเพื่อซ้อมไลฟ์ต่าง ๆ แต่พวกเรายังเจอหน้ากันที่มหาวิทยาลัยหรือนัดเจอกันต่างหากเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ได้น่ะครับ”
“นั่นสิน้า พอมองย้อนมองแล้ว พวกเราก็ตัวติดกันพอควรเลยนะเนี่ย ที่ม.ก็ต่างคณะ แชร์เฮาส์ก็ห่างกันแท้ ๆ”
“หากเป็นคนรักกันแล้ว ย่อมมีความต้องการที่จะใกล้ชิดร่างกายของอีกฝ่าย คือเรื่องปกติที่ควรเป็นหรือเปล่านะครับ?”
“เอ มันน่าจะเป็นในอุดมคติของสังคมมากกว่าน่ะ ฉันมองว่าพื้นฐานจริง ๆ คือความต้องการกันและกันของคู่รักนั้น ๆ …… ฉันดีใจที่ได้อยู่ข้าง ๆ นายนะ นายล่ะ?”
“ผมเองก็รู้สึกดีใจครับ”

เรออนเห็นรอยยิ้มที่ปลายสายแล้วอดยิ้มตอบกลับไม่ได้ ช่วงนี้ทาดาโอมิสามารถจำกัดความความรู้สึกหลาย ๆ อย่างของตนเองได้แล้ว จึงสามารถเรียกชื่อของมันอย่างตรงไปตรงมาได้ เรออนเห็นทาดาโอมิมาตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่สามารถนิยามความรู้สึกอย่างชัดเจน จึงดีใจให้กับพัฒนาการอีกฝ่ายอย่างจริงใจ

“แต่ พอพูดคุยกับคุณมาสักพัก ในตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างเดียวแล้วครับ”
“อ้าว รู้สึกยังไงอีกน่ะ?”
“ไม่ทราบคำจำกัดความที่แน่ชัดน่ะครับ เหมือนว่าต้นตอจะมาจากตัวคุณ”
“เอ๋ เอ่อ หรือเพราะฉันไม่ใส่เสื้อผ้าสักที? โทษที
“ไม่ใช่ครับ ผมชอบเห็นคุณที่เปลือยอยู่นะครับ”

เรออนรู้ว่าที่อีกฝ่ายชอบ ไม่ใช่เพราะเรื่องทางเพศอะไรทั้งนั้น แต่เพราะเป็นเรื่องแปลกตา แม้จะแลกเปลี่ยนสัมผัสกายกันบ่อย แต่กลับมีน้อยครั้งที่ทาดาโอมิได้สำรวจเรือนร่างของอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน บางครั้งเขาโอมิก็ขอให้เขาถอดเสื้อบนเพื่อสัมผัสร่างกายโดยไม่มีเรื่องเซ็กส์มาเกี่ยวข้อง ถึงอย่างนั้นเรออนซึ่งเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาผู้มีความรู้สึกอย่างชายหนุ่มวัยรุ่นทั่วไป ก็อดโยงเข้าเรื่องอย่างว่าเป็นอันดับแรกและอดเขินอายไปก่อนไม่ได้อยู่ดี

“อ่า งั้น?”
“อาจจะเพราะ หากวางสายไปแล้ว ผมต้องกลับไปอยู่คนเดียวอีก ไม่มีภาพของคุณ ไม่มีเสียงของคุณ ผมไม่อยากอยู่ในสภาพเช่นนั้นครับ”
“เอ๊ะ”
“อ้า และพอคิดแบบนั้น ร่างกายผมก็เริ่มจะอยากได้สัมผัสจากคุณขึ้นมา…… ทั้งที่ก่อนหน้าที่คุณจะโทรมา ผมไม่รู้สึกอะไรเลยนะครับ แบบนี้แสดงว่าผมกำลังจะรบกวนคุณหรือเปล่า?”

เรออนฟังการอธิบายราวกับเป็นเรื่องคนอื่นของทาดาโอมิ และรู้สึกเช่นนั้นกลับราวกับเป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกอันซื่อตรงต่อตัวเอง เรออนตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเองอย่างชัดเจนและพูดคุยต่อบทสนทนากับอีกฝ่าย

“ไม่ได้รู้สึกเดียวดายจนเหงา ไม่ได้ขุ่นมัวจนเศร้า เข้าใจถึงความจำเป็นและเงื่อนไขของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนแต่ไม่สามารถสัมผัสได้มากกว่าที่เป็นอยู่ คุรามะ นั่นอาจจะเป็นความรู้สึกโหยหาก็ได้นะ”
“โหยหา หรือครับ?”
“เหมือนที่นายพูดไปเมื่อกี้น่ะ ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง และแน่นอนว่าไม่มีสัมผัสจากฉัน…… เพราะพวกเราอยู่ใกล้กันมาก พอห่างกันแล้วเลยอยากได้สิ่งที่เคยอยู่ใกล้ชิดกัน แต่ทั้งฉันและนาย ต่างมีสิ่งอื่นที่ทุ่มเท หรือหมกมุ่นจนลืมมันไป แต่พอได้คุยกัน ยิ่งรับรู้และตระหนักถึงความต้องการของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่ายได้ แบบนั้นละมั้ง?”
“ความต้องการของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย แสดงว่าคุณมิโซโนะ ก็ ‘โหยหาตัวผม’ อย่างนั้นหรือครับ?”
“พอได้คุยกับนายแล้วก็รู้สึกว่า ไม่อยากวางสายเลยนะ! เหมือนกันน่ะ แถมยิ่งนายพูดว่าอยากสัมผัส ฉันก็ยิ่งอยากกอดนายเดี๋ยวนี้เลยด้วย แต่ต่างคนต่างรู้ว่ามีภาระหน้าที่เลยทำไม่ได้ ยากเนอะ? ความรู้สึกน่ะ”
“แม้แต่คุณมิโซโนะก็ไม่สามารถจัดการความรู้สึกได้อย่างเด็ดขาดหรือครับ? ถ้าอย่างนั้นหากไม่มีความรู้สึกแต่แรกเสียจะเป็นประโยชน์ต่อคุณกว่าหรือเปล่า?”
“นั่นเพราะฉันอ่อนหัดเองน่า ต่อให้เลือกได้ ฉันก็จะเลือกสานต่อกับนายอยู่ดี ฉันชอบนายมากขนาดนั้นเลยแหละ”
“ชอบ……

เรออนเห็นทาดาโอมิทิ้งตัวลงกับเตียงดังนั้น ตัวเองจึงปล่อยตัวลงบนเตียงด้วย แม้ปลายสายจะอยู่ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร แต่หากทำสิ่งเดียวกันแล้ว อาจจะทำให้รู้สึกใกล้ชิดขึ้นมาบ้างก็ได้ อย่างน้อยเรออนก็คิดอย่างนั้น

“ใช่ ฉันชอบนายมาก ๆ เพราะงั้น จบไลฟ์ทัวร์ครั้งนี้เมื่อไหร่ ฉันอยากจะสัมผัสตัวทดแทนส่วนที่ไม่ได้เจอกันให้เต็มที่เลยแหละ เตรียมใจได้เลย”
“อย่างนั้นหรือครับ ฮึฮึ”

ทาดาโอมิหัวเราะน้อย ๆ อย่างสงวนท่าที เรออนเห็นการแสดงออกที่ดูจะผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แสดงว่าการพูดคุยนี้ก็ช่วยให้ความรู้สึกบางอย่างของอีกฝ่ายคลายจนเบาลงขึ้นมาบ้างก็ได้

“แต่ผมอาจจะไม่ได้อยากรอเป็นเด็กดีขนาดนั้นก็ได้นะครับ”
“หือ? หมายถึงอะไรน่ะ?”

กล้องที่จับภาพชายหนุ่มเรือนผมขาวเงินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมองไม่ออก แต่จากนั้นไม่นานก็หยุดลง ทาดาโอมิตั้งกล้องให้มือตัวเองเป็นอิสระ ภาพจับมาที่ใบหน้าและท่อนบนของตัวเองที่นอนหันข้างมองกล้อง

“คุณมิโซโนะ นี่คือกางเกงในของผมครับ”
“---!?!!! เอ๋!? ทำไม!?”

เรออนตกใจกับการกระทำที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า กางเกงในของทาดาโอมิในวันนี้เป็นแบบรัดรูปสีเทากรมท่า ตัดกับขอบกางเกงสีขาว เป็นดีไซน์ที่ดูดี และคิดว่าวัสดุก็ต้องดีอย่างเคยแน่ แม้ในตอนนี้เขาจะไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเองก็ตาม

“ตั้งแต่ร่างกายผมห่างจากคุณ ผมก็ไม่ได้ช่วยตัวเองเลยครับ หรือหากพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตั้งแต่ผมคบหากับคุณ ผมไม่เคยช่วยตัวเองเลยครับ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องทำ”
“อะ โธ่เอ้ย คุรามะ……
“แต่หลังจากคุยกับคุณแล้ว ผมคิดว่าผมควรและจำเป็นต้องทำครับ แน่นอนว่าหากคุณเห็นว่าไม่เหมาะสม คุณจะตัดสายไปก็ได้ครับ ยังไงผมก็ได้เห็นใบหน้าและน้ำเสียงของคุณแล้ว”
“ฉันจะไปวางสายได้ไงเล่า!”
“ฮึฮึ คุณมิโซโนะ…… การโหยหา คือความรู้สึกแบบนี้สินะครับ……

เรออนมองภาพจากปลายสายที่ขยับแขนและได้ยินเสียงรูดเบา ๆ เล็กน้อย เห็นได้แจ่มแจ้งว่าคนรักของเขาเอาจริง เซ็กส์โฟน!? จริงดิ!? เรออนเก็บสติที่เกือบกระเจิงของเขากลับมาแล้วกุลีกุจอลุกขึ้นจากเตียง จัดวางสมาร์ทโฟนกับโต๊ะอีกครั้ง รอบนี้เขานั่งบนเตียง ถอดบ็อกเซอร์ลงลวก ๆ เอาแผ่นหลังชิดกำแพงห้อง แม้ตัวอยู่ห่างจากหน้าจอเล็กน้อยจนอาจมองไม่เห็นชัด แต่ภาพจากกล้องเขาจับร่างกายที่เปลือยได้แน่นอน

“ดูไว้ คุรามะ…… ฉันเองก็อยาก โหยหานายเหมือนกัน”
“คุณมิโซโนะ..”

ยอมรับตามตรง เรออนชักโดยจินตนาการถึงทาดาโอมิมาตลอด เขาไม่ได้นับจำนวนครั้งขนาดนั้น แต่พอเจอเรื่องชวนหงุดหงิด เรื่องน่าดีใจ เรื่องชวนตื่นเต้น ของเหล่านั้นกระตุ้นความต้องการทางเพศให้เขาได้ไม่ยาก และการปลดปล่อยร่างกายให้เยียวยาด้วยคนรักนั้น ก็เป็นเรื่องปกติในสายตาของเขา เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจินตนาการ ตัวตนของคนรักนั้นอยู่ใกล้แม้จะห่างกัน ‘การรู้สึกร่วมกัน’ เป็นความปรารถนาที่หากมีแล้วจะดียิ่งกว่ารู้สึกตามลำพัง เพียงเท่านั้นก็มากพอแล้ว

“คุรามะ ต่อให้ไม่ได้สัมผัสโดยตรง แต่นายก็รู้สึกถึงฉันได้นะ จากน้ำเสียงตอนนี้ และสัมผัสที่ฉันสัมผัสนายหลายครั้งหลายครา…… นายนึกออกได้ไม่ยากใช่มั้ยล่ะ?”
“แต่ นั่นเป็นแค่การเลียนแบบ……... ไม่ใช่ตัวคุณ”
“ถึงเลียนแบบก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ มันบ่งบอกว่านาย โหยหาตัวฉันขนาดไหน ความรู้สึกนั้นแหละ ที่สำคัญ……

เรออนพูดไปทั้งมือที่จับอวัยวะเพศของตัวเอง เพราะเพิ่งอาบน้ำทำความสะอาดมา สัมผัสจากหนังหุ้มและทุกส่วนรอบด้านนั้นสะอาดสะอ้าน ชวนให้นึกถึงกลิ่นอายและอวัยวะเพศของคนรักที่หอมสะอาด และเปรอะเปื้อนจากความรู้สึกดีที่ตนกระทำให้เขารู้สึก จินตนาการเพียงเล็กน้อยก็ทำให้น้ำใสเยิ้มหลั่งออกมาได้ไม่ยาก แท่งนั้นของเรออนค่อย ๆ ชันขึ้น

“ลองนึกถึงสิ สิ่งที่ฉันทำแล้วนายรู้สึกดีน่ะ”
“คุณ.. มักหยอกล้อกับช่วงคอ ใช้ลิ้นเลียอย่างช้า ๆ ดูดจนให้ผิวของผมแดงเป็นจ้ำ
“และหน้าอกนาย ทั้งที่เกือบผอมจนเห็นโครงกระดูกขนาดนั้น ส่วนเนินหน้าอกของนายกลับแน่นและนุ่ม ฉันชอบจับมากเลย”
“หน้าอกของผม คุณชอบมากเลยสินะครับ……

ทาดาโอมิครางและตัวกระตุก เสียงนั้นกระตุ้นความเสียวให้เรออนด้วยเป็นอย่างดี เมื่ออวัยวะเพศเริ่มตั้งชันเป็นแนวฉาก มือที่ชักก็เริ่มเร่งจังหวะมากขึ้น จนทำให้เรออนเริ่มหอบออกมาเล็กน้อย

“ชอบสิ ฉันที่จูบและเลียหัวนมของนาย ไปพร้อมกับสัมผัสฝ่ามือที่โหยหาบางอย่างไว้เพื่อเหนี่ยวรั้ง……
“มือของคุณสัมผัสช่องว่างระหว่างนิ้วของผมอย่างแนบแน่น เหมือนกับช่วงล่าง ภายในของผม…… อ๊ะ---”

เพราะไม่เห็นร่างกายทั้งหมด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า เสียง ร่างกายที่ปลายทาง ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนขับกามารมณ์ให้ทวีคูณเพิ่มขึ้นเสียยิ่งกว่า ว่าแม้จะเป็นการช่วยตัวเองอยู่คนเดียว แต่กลับไม่ได้รู้สึกเพียงลำพัง

“......ไม่พอ ไม่พอ”
“คุรามะ……
“แค่ด้านหน้า ไม่พอซะแล้วครับ. คุณมิโซโนะ……

ทาดาโอมิขยับตัวทั้งร่างให้เห็นชั่วครู่ อวัยวะเพศที่ตั้งชันของปลายทางมีเพียงน้ำกามใสที่ออกมา มือเรียวยาวใหญ่นั้นพยายามรูดเก็บน้ำทั่วแท่งและส่วนปลายที่เยิ้ม เพื่อมาจับสัมผัสบริเวณรอบรูช่องแคบด้านหลัง และสอดนิ้วเข้าไป

“เห็นมั้ยครับ? คุณมิโซโนะ……
“...! คุรามะ…… สอดใส่เข้าไปเลยสิ”
“อื้อ ครับ……♡”

เรออนแทบทนไม่ไหวกับภาพที่เห็นตรงหน้า เลื่อนมือไปจับสมาร์ทโฟนที่แสดงภาพนิ้วที่สอดใส่ด้านหลัง มาวางไว้ที่ระหว่างขาที่กำลังชักอยู่ ราวกับตัวเองจะเป็นคนสอดใส่อยู่

“....ยังไม่พอใช่มั้ยล่ะ?”
“ถ้าเป็นคุณละก็…… ไม่ใช่แค่นี้.”

รูที่เปิดกว้างนั้น ถูกสอดใส่เพิ่มเป็นสองนิ้ว สามนิ้ว ทาดาโอมิขยับข้อมือสอดใส่ไปครางไป เสียงหวานสูงนั้นทำให้เรออนแทบเป็นบ้า

“ฮึ ฉันไม่ได้มีแค่นั้นน่า นายเข้าใจดีนี่ คุรามะ”
“ครับ………♡♡♡”

สี่นิ้ว……. มือที่ใหญ่แล้วนิ้วเรียวของทาดาโอมิสอดใส่เข้าที่ช่องทวารของตัวเอง เมื่อน้ำเยิ้มเริ่มแห้ง ก็จะพลัดไปเติมจากแท่งด้านหน้าของตนที่หลั่งออกมาไม่หยุด เรออนมองนิ้วเหล่านั้นที่ขยับจมหายไปเกือบทั้งข้อแล้วยิ้ใพึงพอใจ ไปพร้อมกับฝ่ามือตัวเองที่รูดขึ้นลงอย่างรุนแรงไปด้วย

“คุรามะ ฉันใกล้จะ……!”
“คุณมิโซโนะ…….. อ๊ะ ♡♡♡”

ไม่ช้า ทั้งสองคนหลั่งน้ำกามขาวขุ่นออกมาแทบจะพร้อม ๆ กัน อสุจิของเรออนหลั่งเปรอะผ้าปูเตียงและหน้าจอที่ฉายภาพรูทวารที่เปิดกว้างของคุรามะ ภาพจากปลายสายแสดงบั้นท้ายที่ลดลงอย่างหมดแรง จากนั้นก็เกิดแรงสั่นและขยับ เปลี่ยนเป็นภาพที่เห็นใบหน้าของทาดาโอมิที่แดงก่ำและเหงื่อไหลอาบ พอรวมกับอสุจิที่เปื้อนหน้าจอตัวเองแล้ว ยิ่งชวนรู้สึกเซ็กซี่ขึ้นมา และทำให้ตั้งสติ รีบหยิบทิชชู่เปียกน้ำมาเช็ดสมาร์ทโฟนตัวเองให้สะอาด

“อืม.. หลั่งได้ด้วยละครับ”

เรออนมองทาดาโอมิที่จับจ้องอสุจิตัวเองและพูดกับเรออนที่ปลายสายแนบนิ่งหน้าตาเฉย ช่างขัดแย้งไม่เข้ากันกับสีแดงก่ำบนใบหน้าและเหงื่อที่ไหลริน ดูเหมือนว่า ‘สภาพปกติของคุรามะ’ หลังเสร็จกิจจะฟื้นฟูกลับมาได้เร็วกว่าตอนอยู่กับเขา

“ฉันก็หลั่งออกมา เอ่อ เยอะเลย..”
“อยากได้จังครับ”
“......เอาไว้เจอตัวกันก่อนน่า อีกไม่นานแล้ว อดทนหน่อยนะ?”

ทาดาโอมิที่ไม่ได้ปิดกลั้นสีหน้าไว้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้พึงพอใจไปทั้งหมด แต่เพราะสนองความอยากได้ระดับหนึ่งหรือเปล่า จึงไม่ได้พูดต่อให้มากความ มองมาที่กล้อง เห็นใบหน้าและฟังเสียงลมหายใจหอบแผ่วเบาเล็กน้อยผ่านหน้าจออย่างแจ่มชัด

“ครับ ดูเหมือนร่างกายผมจะล้าแล้ว นิ้วที่เล่นซินธิไซเซอร์ด้วย คุณมิโซโนะยังต้องเล่นไลฟ์ต่อ ใช้ข้อมือระวัง ๆ นะครับ ถ้าอย่างนั้น ราตรีสวัสดิ์ครับ”
“เอ๊ะ อะ ขอบใจนะ? ฝันดี”

ฉึ่บ ทาดาโอมิเป็นฝั่งกดวางสายโดยทันที เรออนมองหน้าต่างแชทส่วนตัวและเห็นระยะเวลาที่ระบุไว้นับตั้งแต่ได้เริ่มคอลกัน แม้เขาจะรู้สึกว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นระยะเวลาที่นานมากพอจะถึงช่วงที่อีกฝ่ายต้องนอนแล้ว เรออนส่งข้อความราตรีสวัสดิ์ไปอีกครั้งแล้วปิดแชท โดยที่ไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายจะอ่านข้อความแล้วหรือเปล่า จากนั้นก็เริ่มหยิบทิชชู่ ทำความสะอาดคราบบนเตียงและร่างกายให้เรียบร้อย

“.......เชี่ย……. มีเซ็กส์โฟนครั้งแรกว่ะ………

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงพึมพำพลันคิดว่า ไปอาบน้ำอีกรอบแล้วนอนเลยดีกว่า เขาพึงพอใจกับวันนี้อย่างเต็มที่แล้ว


*


ณ สนามบินนานาชาติชินจิโตเสะ ซับโปโร

“ทัวร์รอบสุดท้ายที่ซับโปโร…… ฉันจะทำให้เป็นคืนที่มันส์สุดเหวี่ยงเลยคอยดู”
“เรออนคุง ดูทะมัดทะแมงแต่เช้าเลยนะ สุขภาพดีนี่วัยรุ่น”
“ให้เรออนคุงนอนห้องเดี่ยวเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ด้วย~ รู้สึกได้เลยว่าต้องมีเสียงสะท้อนจากจักรวาลที่ดีแน่”
“ผมเล่นเต็มที่ทุกครั้งอยู่แล้วน่า และจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก---”
“สวัสดีครับ คุณมิโซโนะ”
“เหวออ!!?”
“อ้าว? ไงคุรามะคุง มาไงมาไงเนี่ย?”
“สวัสดีทาดาโอมิคุง~”

จู่ ๆ ก็มีร่างของคนคุ้นหน้าคุ้นตายืนขึ้นปรากฎตรงหน้าที่ประตูทางขาออก เสียงทักทายแสนสุภาพและน่าฟังโค้งคำนับกับสมาชิกวงที่เหลือตามมารยาท คนตรงหน้านี้คือคุรามะ ทาดาโอมิ แฟนหนุ่มที่คบหากันของเรออนไม่ผิดแน่ เหล่าเพื่อนร่วมวงเดินผ่านไปและมองกลับมาที่เรออนอย่างเข้าอกเข้าใจ มีเพียงเรออนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น และเคนตะที่ยกมือขึ้น แสดงนิ้วเคาะที่นาฬิกา ราวกับบอกว่าจะให้เวลาส่วนตัวจนถึงเวลาขึ้นรถที่นัดหมายเอาไว้

“เอ๊ะ เอ๋????! ทำไม……!?”
“ผมมาเพื่อทักทายคุณครับ ผมจะไม่รบกวนแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ”
“เดี๋ยว ๆๆๆ!”
“ครับ?”

เรออนลุกลี้ลุกลนไปจับมือของอีกฝ่ายที่กำลังจะเบนตัวไปในทิศทางอื่น เรออนรู้ว่าทาดาโอมิเป็นลูกคุณหนูจากตระกูลที่ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง ดังนั้นการซื้อตั๋วบินภายในประเทศไม่ใช่เรื่องยากของอีกฝ่าย แต่เรออนอย่างรู้ว่าทำไมถึงยอมเสียเวลาเพื่อมาทักทายเขาเท่านั้น

“ฉันพอจะมีเวลานิดหน่อย คุยกันนิดนึงได้มั้ย? คุรามะ”
“ได้ครับ”
“นาย ถ่อมาถึงซับโปโรเพื่อเจอฉันเรอะ?”
“ใช่ครับ ผมทำเรื่องที่แปลกไปเหรอครับ?”
“ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก…… จะว่าทั้งตกใจ ทั้งดีใจมาก ๆ น่ะ…… ก็นี่ เมื่อคืนวานเราเพิ่งคอลคุยกันนี่”
“ครับ การได้พูดคุยกับคุณและทำเรื่องนั้นไปเมื่อคืน ทำให้ผมรู้สึกว่าต้องการเจอคุณเดี๋ยวนี้ เลยนั่งเครื่องบินรอบเช้าของวันนี้เพื่อรอเจอคุณครับ อ๊ะ ผมนอนครบตามเซอร์เคิลที่จำเป็นของร่างกายมนุษย์แล้วนะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

เรออนได้ยินเหตุผลดังนั้นก็ตาโต แสดงสีหน้าเคอะเขินอย่างเห็นได้ชัด

“ฟังจากบทสนทนาแล้ว ตัวคุณเองดูเหมือนว่าจะมีพละกำลังในการแสดงที่ล้นเหลือยิ่งขึ้น ฮึฮึ อิทธิพลจากถ้อยคำและการกระทำของคนรัก น่าสนใจดีนะครับ”
“ฮึ้ย~~~ คุรามะ…….”
“ครับ?”

เรออนปล่อยมือของทาดาโอมิ และดึงตัวมาโอบกอด ตัวเรออนเล็กกว่าทาดาโอมิเล็กน้อย จึงใช้มือเอื้อมจับศีรษะลงมาให้ใบหน้าของคนรักแนบกับหัวไหล่ของตัวเอง ดูเหมื่อนว่าจะเป็นลักษณะท่าทางการกอดที่ทำมาเสมอ จึงไม่ได้สร้างความตกใจให้กับทาดาโอมิเป็นอย่างใด

“ฉันอยากเจอนายจริง ๆ นั่นแหละ!!”
“มีความจำเป็นที่ต้องพูดเสียงดังทั้งที่ผมอยู่ใกล้ขนาดนี้ด้วยเหรอครับ?”

คนรักที่ร่างใหญ่แต่ผอมบางกว่าเขาพูดกลับเชิงสงสัย ไปพร้อมกับใช้แขนโอบแผ่นหลังของเรออน ใบหน้าที่อยู่บนหัวไหล่นั้นซุกไซร้ร่างกายราวกับอยากสัมผัสให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

“ความรู้สึกดีใจของฉันน่ะ”
“ฮึฮึ ผมก็ดีใจครับ”

เมื่อได้กอดแนบแน่นระยะหนึ่งราวกับชาร์จพลังอย่างพอใจ เรออนผละตัวเองออกจากอีกฝ่าย จับต้องที่ใบหน้าและรอยยิ้มแสนมั่นใจ ผิดกับท่าทางลนลานเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

“ฉันต้องไปแล้ว ขอบใจนะ วันนี้ฉันจะแสดงใส่สุดเต็มที่เลย”
“ครับ ผมเองก็จะรอดูเหมือนกัน”
“เอ๊ะ? แต่ตั๋วขายหมดไปนานแล้วนี่?”
“ผมซื้อตั๋วการแสดงไลฟ์ของไจโรเอ็กเซียไว้ทุกรอบเลยครับ”
“ห๊า!? ทัวร์หลายจังหวัดเลยนะ? หรือว่า…….”

เรออนเหงื่อตกแล้วมองเห็นถึงความเป็นไปได้อีกอย่าง หากลูกคุณหนูที่ไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง รวมถึงมีเกณฑ์การเข้าเรียนที่สม่ำเสมอไม่เคยบกพร่อง การขาดเรียนเป็นครั้งคราวด้วยเหตุผลอื่นนอกจากการเล่นไลฟ์ซึ่งเป็นงานแล้ว ช่างเป็นการกระทำสมเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมานัก

“นายคงไม่ได้ไปดูทุกรอบ…… ใช่มั้ย?”
“......ฮึฮึ”
“คุรามะ!?”

เรออนถูกมิยูกิดึงลากให้ออกไปทางรถที่เช่าไว้ ทาดาโอมิขอโทษที่รั้งเรออนไว้อย่างสุภาพและโบกมือยิ้มให้กับคนรักที่แสดงสีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่ชวนให้เบื่อจนประตูบานรถปิดและลับสายตาหายไป

‘จริงสิ หมอนี่…… ไม่เคยพูดว่าตัวเองอยู่ที่ไหนนี่หว่า’ ‘ฉันคิดเอาเองว่าคุรามะอยู่ที่โตเกียวตลอด เพราะฉันไม่ได้ถามด้วย ใครมันจะถามเนี่ย?’ ‘เอาตรรกะความคิดปกติไปคิดกับคุรามะไม่ได้เลย’ ‘ไม่เจอหน้ากันก็นับว่า ‘ห่างไกล’ กันแล้ว……? แบบนี้เองเหรอ…….?!’ ‘ฮึ้ย ชอบว่ะ……!!’

เรออนเรียบเรียงความคิดและสติได้แล้วก็ตบกลับเข้าโหมดหนุ่มนักดนตรีผู้จริงจังทันที เขาเก็บเรื่องชวนสงสัยเอาไว้เพื่อจอจ่อต่อการเล่นไลฟ์ที่กำลังจะมาถึง แน่นอนว่าหลังจากการแสดงไลฟ์ที่มันส์สุดเหวี่ยงในครั้งนี้ เขาไม่ลืมที่จะกวาดตามองผู้ชมในกล่องไลฟ์เฮาส์อันคับแคบอย่างเช่นที่เคยทำมา และส่งข้อความเพื่อไขข้อสงสัยต่าง ๆ นานาตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาให้กระจ่างอย่างแน่นอน

กระนั้นเรออนก็คิดถึงเรื่องทาดาโอมิได้ชัดเจนอยู่อย่างหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะมีคนรักที่ปล่อยให้เขาให้ความสำคัญเรื่องดนตรี ไปพร้อมกับที่ตัวทาดาโอมิเองก็มีความต้องการและเอาแต่ใจชวนให้เหนือคาดและทำให้ประหลาดใจในทางที่น่าหลงใหลและเอ็นดูอยู่บ่อยครั้งจริง ๆ


(จบ)