aykawpv
2025-02-11 22:11:56
5991文字
Public rotd
 

(Fanfic) rotd 🥢🕊️ - นอกบท - the music shop


ณ ร้านขายแผ่นดนตรี

มิโซโนะกำลังยืนฟังตัวอย่างเพลงของศิลปินตะวันตกที่เพิ่งออกอัลบั้มใหม่อย่างเพลิดเพลิน เขาได้รับอิทธิพลจากพี่ชายของเพื่อนในสมัยประถม ทำให้เริ่มฟังเพลงตะวันตก และหลงใหลในกีต้าร์และเส้นทางดนตรี จนมุ่งมั่นกับเส้นทางนี้โดยไม่คิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล่น ๆ ของเด็กไม่ประสีประสาอีกต่อไป

‘ถึงเปลี่ยนนักร้องนำไป แต่แนวทางดนตรีก็ยังไม่เปลี่ยน คิดถึงจังแฮะ’

มิโซโนะฟังไปพลางจินตนาการ หากวงดนตรีไจโรเอ็กเซียของเขาได้โลกแล่นในเวทีโลก กลายเป็นนักดนตรีมืออาชีพที่หาเลี้ยงชีพด้วยเส้นทางนี้ได้ ต่อให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายสิบปี เขาก็คงเป็นมือกีต้าร์ต่อไป

‘ไม่สิ ฉันจะเป็นมือกีต้าร์ไจโรเอ็กเซียต่อไป ไม่ให้ใครมาแทนที่ได้!’
“คุณมิโซโนะ”
“เหวอ!?!”

ใบหน้าหล่อเหลาและเสียงหวานสุภาพอันคุ้นเคยแทรกเข้ามาในสายตาและเสียงดนตรีนูเมทัลที่รุนแรงจนหูฟังแบบครอบหลุดจากใบหูไป ไม่ใช่เพราะการทักอย่างมีมารยาททำให้มิโซโนะตกใจ แต่เพราะไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายในที่แห่งนี้ ในแบบกะทันหัน และในระยะใกล้ประชิดไม่ถึง 10 ซม.โดยที่เขาเองไม่รู้ตัวต่างหาก

“คุรามะ!? อยู่ด้วยเรอะเนี่ย?”
“ครับ อยู่ครับ”
“ถ้าจะทักกัน สะกิดกันสักนิดก่อนก็ได้น่า”
“แต่คุณมิโซโนะดูหมกมุ่นกับการทดลองฟังเพลงมากจนไม่รู้สึกถึงรอบข้างนะครับ และอีกอย่าง ผมอยากเห็นปฏิกิริยาของคุณที่เจออะไรที่ไม่คาดคิดน่ะครับ”
“เอ๊ะ เอ่อ ก็ไม่คาดคิดจริง ๆ น่ะแหละ”

มิโซโนะถอดเฮดโฟนลงที่เครื่องทดลองฟังอย่างเป็นระเบียบแล้วให้ความสำคัญของคุรามะซึ่งเป็นคนรักของเขาแทน

“แปลกตาดีที่นายอยู่ที่นี่นะเนี่ย นึกไงมาไงละนั่น”
“ผมอยากลองเปลี่ยนสถานที่สังเกตการณ์ดูครับ”
“นั่นสินะ~”
“พอเข้ามาแล้วก็เจอคุณมิโซโนะ ผมเลยมองคุณอยู่สักระยะเลยครับ แล้วนึกขึ้นได้ว่า คุณไม่เคยพาผมมาร้านขายแผ่นดนตรีเลย ผมสงสัยว่าทำไม เลยเข้ามาทักคุณครับ”
“มองมาสักระยะแล้วเรอะ

ก็จริงอยู่ที่คุรามะเป็นคนช่างฉงนสงสัยหลาย ๆ สิ่ง นึกอยากรู้อะไรก็เข้าไปถามคนโน้นคนนี้หรือปฏิบัติทันทีโดยไม่ได้ไตร่ตรองหรือวิเคราะห์อีกฝ่ายใด ๆ มิโซโนะคิดว่า สำหรับคุรามะแล้วความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะตรรกะกระบวนการคิดที่เขามีได้ และนั่นก็เป็นทั้งจุดที่ทั้งน่ารักในสายตาเขา และน่าเป็นห่วงในหลาย ๆ ความหมายด้วย

“เพราะฉะนั้น ทำไมล่ะครับ?”
“ทำไมถึงไม่ชวนนายมาที่นี่น่ะเหรอ ก็……

มิโซโนะพยายามนึกคำอธิบายและยกตัวอย่างอย่างเป็นรูปธรรมเช่นทุกทีที่ได้สนทนากับอีกฝั่ง

“ฉันคิดจากมุมมองของฉันเป็นหลักนะ ถึงฉันกับนายจะเป็นนักดนตรีเหมือนกัน แต่เราเล่นดนตรีคนละสาย แถมนายก็ไม่ได้มีแนวเพลงที่ชอบด้วยใช่มั้ยล่ะ”
“ใช่ครับ”
“แล้วการเดินสำรวจเพลง ทดลองเพลงฟังใหม่ ๆ ที่เริ่มขายตามท้องตลาด ก็เหมือนจะไม่ใช่งานอดิเรกที่นายเลือกจะทำด้วย จริงมั้ย?”
“จริงอยู่ที่ผมไม่เลือก ‘ร้านขายแผ่นเสียงดนตรี’ เป็นเพราะผู้คนในร้านมีความจดจ่ออยู่ในมุมส่วนตัวของตัวเอง เช่นคุณมิโซโนะเมื่อสักครู่ ทำให้ผมสังเกตการณ์อารมณ์ของผู้อื่นได้ยาก แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ ‘การฟังเพลง’ นะครับ”
“อ้า นั่นไง ถึงฉันจะชอบฟังดนตรีหลากหลายแนว แต่ก็มีแนวดนตรีที่ชอบฟังเป็นพิเศษ วิธีการสนุกหรือศึกษาดนตรีของฉันอาจจะไม่เข้ากับนายก็ได้ ฉันเลยชอบพานายไปร้านหนังสือสงบ ๆ พวกนั้นแทน”
“นั่นไม่ใช่ว่าเป็นการตีความไปเองฝั่งเดียวของคุณมิโซโนะหรือครับ? หากคุณมิโซโนะพูดอย่างนั้น การเลือกฟังดนตรีของคุณ ก็ไม่ได้ต่างจากการเลือกอ่านหนังสือแล้วพูดคุยกับผมอย่างที่ผ่านมาหรือครับ? หากคุณพูดว่าวิธีการสนุกในการฟังดนตรีของคุณกับผมไม่เข้ากัน แนวทางการอ่านหนังสือของผมและบทสนทนาของพวกเราที่ผ่านมาก็มีแต่ความขัดแย้งที่ไม่เข้ากันนะครับ”

มิโซโนะฟังข้อสงสัยที่ยิงรัวเป็นกระสุนจนเขาแทบจะรับไม่ทัน เขารู้สึกว่าแม้จะเป็นการพูดคุยในหัวข้อธรรมดาทั่วไป แต่การล้วงลึกของคุรามะบางครั้งก็ทำให้มิโซโนะใช้ความคิดเป็นมาก แต่นั่นเป็นจุดที่เขาชอบในตัวคุรามะ และไม่เบื่อที่จะพูดคุยและต่อสนทนาไปอีกเรื่อย ๆ เช่นกัน

“เพราะความขัดแย้งตอนเสพสื่อพวกนั้นมันยิ่งทำให้ฉันสนุกนี่ แต่
“อ้า คุณก็แค่กลัวหรือครับ?”
“หา……?”
“ในความคิดของผม สรุปแล้ว ตัวคุณก็แค่พาผมไปใน ‘พื้นที่ปลอดภัย’ อย่างร้านหนังสือ โรงภาพยนตร์ เพื่อสนทนากันในหัวข้อที่พวกเรา ‘เสพสื่อร่วมกัน’ โดยหลีกเลี่ยง หรือกีดกันผมไม่ให้เข้าไปในโลกที่คุณรักที่สุดอย่างดนตรี เพราะหวาดกลัวว่าความคิดเห็นของผมจะไปขัดแย้งหรือสั่นคลอนกับสิ่งที่คุณมุ่งมั่นและใฝ่ฝัน”

มิโซโนะมองอีกฝ่าย พร้อมกลืนน้ำลายลงแน่นิ่งไป เขาไม่ทันฉุกคิดมาก่อน พฤติกรรมที่ผ่านมาและคำพูดของเขาช่างขัดแย้งกัน ปากพูดว่ายินดีรับฟังทุกเรื่องแต่เผลอพลั้งไม่ชักชวนเข้ามาดูส่วนหนึ่งที่เป้นส่วนสำคัญในชีวิตของเขา มิโซโนะสร้างกำแพงที่ขวางไว้ไม่ให้ผู้ใดมาทำลายเพราะเขาคิดว่าจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งย่ามกับสิ่งที่เขารัก แต่กลายเป็นว่า ตัวเขาเองที่ ‘หัวแข็งมากเกินไป’ เสียจนไม่อยากให้ใครมาแตะต้องเส้นทางที่เขาเทิดทูนทวายชีวิตให้เสียมากกว่า
ยิ่งเป็นคนแบบคุรามะแล้ว เขาคิดว่าคำพูดของอีกฝ่ายย่อมทะลวงอีโก้ที่มองไม่เห็นของเขาได้อย่างแน่นอน และนั่น

“ฮึฮึ.. คุณมิโซโนะ แสดงสีหน้าน่าสนใจมากเลยครับ”
“มานี่ คุรามะ”
“ครับ ……?”

และนั่น ก็ยิ่งชนวนจุดไฟมิโซโนะให้ลุกโชนในเส้นทางที่ตัวเองมุ่งไปมากขึ้น แม้อาจจะน่าเศร้าหรือเสียดายที่อีกฝ่าย ‘ไม่สามารถรู้สึกร่วม’ กับอะไรอย่างเช่นที่เขารู้สึกร้อนแรงได้ แต่ก็เป็นการดีเสียกว่าที่เขาจะปิดส่วนหนึ่งที่เป็นตัวของตัวเขาให้กับคนรักคนนี้

“นี่คือผลงานอัลบั้มใหม่ของศิลปินตะวันตกชื่อ oooo นายน่าจะเคยได้ยินชื่ออยู่นะ นักร้องนำของวงดั้งเดิมเขาเสียชีวิตแล้ว และนี่คืออัลบั้มใหม่ในรอบ x ปี ซึ่งมาพร้อมเปิดตัวนักร้องนำใหม่น่ะ”
“ถึงผมจะไม่ได้ตามศิลปินวงดนตรีเสียเท่าไหร่ แต่วงนี้ผมรู้จักชื่ออยู่ครับ”
“ดีนี่ งั้นนายฟังตัวอย่างเพลงในอัลบั้มใหม่รึยัง”
“ยังครับ”
“งั้นลองฟังมั้ย”

มิโซโนะพูดเสร็จก็ยื่นหูฟังเฮดโฟนให้คุรามะ คนรักของเรารับไปโดยที่ยังทำหน้าสงสัยบางอย่างอยู่

“? ผมฟังได้ครับ แต่ สิ่งนี้เกี่ยวข้องอะไรกับบทสนทนาเมื่อสักครู่หรือครับ?”
“อ่า พอฟังนายพูดแล้วมันทำให้คิดได้น่ะ ฉันคงจะเผลอปิดกั้นส่วนนี้จริง ๆ”
“......”
“ต่อให้นายฟังแล้วจะไม่รู้สึกอะไร แต่ฉันก็ยังอยากฟังความเห็นของนาย แล้วอยากให้นายรู้ความชอบของฉันน่ะสิ!”

*

คุณมิโซโนะให้ผมฟังตัวอย่างเพลงจากวงดนตรีฝั่งตะวันตกที่ผมไม่อาจเข้าใจความหมายของมันอย่างชัดเจน
ท่วงทำนองที่เล่นจากมนุษย์ที่ไม่เคยพบพาน ยากจะคาดเดาว่าพวกเขาคิดอย่างไร หรือสร้างเพลงเหล่านี้ด้วยรู้สึกแบบไหน เสียงดนตรี โน้ต น้ำเสียงที่ถ่ายทอดออกมานั้นช่างจับฟังยากเสียยิ่งกว่าตัวอักษรในหนังสือวรรณกรรม หรือภาพและบทพูดในภาพยนตร์เป็นไหน ๆ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ผมไม่ค่อยมาที่ร้านขายแผ่นดนตรีนัก แต่ว่า

“ฟังจบแล้วเป็นไง นายคิดยังไงล่ะ?”

ถ้าหากได้พูดคุยกับคุณแล้ว ผมอาจจะเข้าใจความรู้สึกของเพลงเหล่านั้น และความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นก็ได้

“ขอบคุณที่ให้ผมเข้าไปในโลกของคุณนะครับ”
“ฮะ? เอ๊ะ??”

และเมื่อปรากฎสีหน้าแดงระเรื่อบนใบหน้าและท่าทางลนลานนั้น บ่งบอกว่าคุณกำลังชอบผมขึ้นไปอีก

“ฮึฮึ ส่วนเรื่องของดนตรี ผมมองว่า---”

คุณคนรักที่ช่างเข้าใจง่ายของผม


(จบ)