aykawpv
2024-12-03 22:23:43
6008文字
Public rotd
 

(Fanfic) rotd 🥢🕊️ - นอกบท - the library


ณ ห้องสมุด

ที่แห่งนี้คือห้องสมุดชุมชน หากจะกล่าวถึงข้อแตกต่างระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัย หนังสือที่อยู่ในที่แห่งนี้จะมีหนังสือวรรณกรรม หนังสือเด็กและเยาวชน รวมไปถึงนิตยสารรายเดือนที่เกี่ยวข้องงานบ้าน เช่น งานถักร้อย สูตรอาหาร การจัดการเครื่องใช้ภายในบ้าน ทำให้สันนิฐานได้ว่าผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ของห้องสมุดนี้คือผู้ที่มีหน้าที่ทำงานบ้านเป็นหลัก

……

หนังสือที่มิโซโนะและคุรามะกำลังอ่านอยู่ ไม่ได้หยิบมาจากชั้นหนังสือของที่นี่ หากเป็นหนังสือเรียนและสมุดโน้ตส่วนตัวในสาขาวิชาเรียนของตัวเอง คุรามะกำลังฝึกทำโจทย์คณิตศาสตร์จากชีทที่อาจารย์ยกมาให้ไปพลางจดสูตรที่ค้นพบลงในสมุดโน้ตของตนเองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเฉกเช่นปกติ ผิดกับมิโซโนะหน้านิ่วคิ้วขมวดจนต้องหยิบหนังสือขึ้นมาไตร่ตรองใกล้ ๆ แม้จะรู้ดีว่าตัวอักษรนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็คาดหวังว่าข้อความนั้นจะเข้าสมองตัวเองบ้าง กระทั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่

“สมองตื้อแล้วแฮะ พักก่อนละกัน”

คุรามะที่แท้จริงแล้วลอบสังเกตการณ์พฤติกรรมของมิโซโนะมาโดยตลอด จึงหยุดมือที่เขียนสมการซับซ้อนแล้วหันใบหน้า ดวงตาจับจ้องมามองที่คู่สนทนา

“ยอมแพ้แล้วเหรอครับ?”
“ใช่ที่ไหนเล่า... บอกแล้วไงว่าแค่พักน่ะ”

มิโซโนะเร่งเสียงปฏิเสธ แต่ก็ตระหนักถึงสถานที่แห่งนี้ได้ทันควันจึงลดระดับเสียงลง พร้อมมองค้อนไปที่อีกฝ่าย

“จงใจยุกันรึไงคุรามะ”
“ครับ เห็นคุณตั้งอกตั้งใจขนาดนั้น”

คุรามะตอบกลับด้วยเสียงนุ่มนวลพร้อมรอมยิ้มบางในอากัปกิริยาแสนสุภาพ ขัดกับสิ่งที่เปล่งออกมาจากความคิดนั้น มิโซโนะเข้าใจดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไม่ใช่เรื่องปกติสามัญ จึงแสดงสีหน้ายุ่งยากเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำพูดพร้อมแบมือออกมา

“นี่ ขอมือหน่อย”
“?”

คุรามะยื่นมือขวาออกไปทางมิโซโนะที่นั่งอยู่มุมเฉียงด้านข้างพร้อมเอียงคอสงสัยกับสิ่งที่เขาพูด เพราะตนไม่สามารถหาความเชื่อมโยงกับบทสนทนาก่อนหน้า

“โธ่~~~……….!”

มิโซโนะที่ใช้ทั้งสองมือและนิ้วโป้งคลึงนวดที่ฝ่ามือคุรามะ แรงกดมากพอที่จะเห็นถึงเม็ดเลือดแดงที่หายไป แต่ไม่เจ็บปวดมากพอที่จะรู้สึกถึงสิ่งใดได้ คุรามะมองสิ่งนั้นโดยไม่เข้าใจอะไรเลยไปสักระยะ เมื่อเห็นมิโซโนะไม่เปลี่ยนท่าทีเสียทีจึงเอ่ยปากพูดออกมา

“คุณมิโซโนะกำลังนวดมือผมเหรอครับ? ทำไมล่ะครับ?”
“อ๊า... ก็ ที่นี่เป็นห้องสมุด ฉันเลยไม่รู้จะระบายความคับแค้นใจออกมายังไงให้ไม่รบกวนคนอื่นเขานี่”
“อ๋อ คุณคับแค้นใจกับคำพูดผมขนาดนี้เลยเหรอครับ?”
“เปล่าเลย คุรามะ .............เฮ้อ”

มิโซโนะหยุดนิ้วมือแสนสำคัญนั้น ก่อนจะเปลี่ยนมือทั้งสองข้างมาโอบมือของคุรามะ แม้จะบำรุงสุขภาพสม่ำเสมอแต่ปลายนิ้วมือของศิลปินมือโปรอย่างมิโซโนะมีความหยาบกร้านหลงเหลือ คุรามะปล่อยให้มิโซโนะทำเช่นนั้นและสัมผัสถึงรอยนิ้วมือของอีกฝ่ายไปพร้อม ๆ กับไออุ่นที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือเพราะเสียดสีกับผิวหนังของตนเอง
มิโซโนะปล่อยมืออีกข้างของตน และนำมือของคุรามะที่ยังถูกตนผนึกไว้มาแนบที่ใบหน้าส่วนแก้มของตัวเองแล้วพูดเสียงเบาราวกับสารภาพความผิด

“ฉันคับแค้นใจตัวเอง เพราะตระหนักรู้ได้ว่า ที่นายพูดว่าฉันยอมแพ้แต่ฉันดันดื้อด้านปฏิเสธเสียงแข็ง แสดงว่าลึก ๆ ในใจฉันเกือบจะถอดใจไปแล้วน่ะสิ...”
“อย่างนี้นี่เอง ที่คุณนวดมือผมเมื่อสักครู่ เป็นทั้งการแสดงความหงุดหงิดไร้ทางที่ระบายเพราะไม่สามารถเรียบเรียงความรู้สึกจริง ๆ ออกมาได้อย่างถูกต้องสินะครับ”
“จะบอก ‘ความรู้สึกที่ถูกต้อง’ ก็ไม่เชิงแฮะ... สำหรับฉันน่าจะเรียกมันว่า ‘ความรู้สึกที่ตัวเองยอมรับได้’ มากกว่าละมั้ง เพราะงั้น พอยอมรับว่าไม่ไหวกับวิชานี้แหง เลยมานั่งทำใจแบบตอนนี้ไงล่ะ”
“ ‘ทำใจ’ เหรอครับ?”
ไม่ละ ถ้าเรียกว่า ‘อยากได้กำลังใจ’ อาจจะเข้ากับความรู้สึกฉันตอนนี้มากที่สุดก็ได้”

มิโซโนะเอียงใบหน้าให้แก้มแนบที่หลังมือของอีกฝ่าย คุรามะสัมผัสถึงความเย็นวาบเพียงเล็กน้อย ก่อนสัมผัสนั้นจะเปลี่ยนเป็นความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์สองคนที่สัมผัสกัน

“คุณมิโซโนะกำลังขอกำลังใจจากผมเหรอครับ?”
“ก็ ตรงตามจุดประสงค์แรกที่ฉันอยากอ่านหนังสือกับนายนะ”
“ ‘ฉันอยากให้นายมาด้วยนะ ถึงจะเรียนคนละวิชากัน แต่ก็มีสิ่งที่นายให้ฉันได้นี่’ ”
“ฮะ ๆ เป๊ะจนขนลุก”

มิโซโนะยิ้มหัวเราะเบา ๆ ให้กับคุรามะ ตัวของคุรามะนั้นจดจำวิธีการพูดและน้ำเสียงของมนุษย์เพื่อนำมาปรับใช้กับตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นการดึงคำพูดและน้ำเสียงในอดีตเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ กับบุคคลที่ตนนิยามกับอีกฝ่ายว่าเป็น ‘คนรัก’ นี้ ไม่ใช่เรื่องที่คุรามะต้องใช้ความพยายามมากแต่อย่างใด แต่คุรามะกลับต้องมาขบคิดว่ามิโซโนะยอมรับส่วนนี้ของตนซึ่งผิดแผกจากมนุษย์ทั่วไปได้อย่างไรกัน

“...ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนะครับ”
“นายเป็นคนรักของฉันนี่นา”
“แค่ตัวผมมีสถานะนี้ก็เป็นพลังให้คุณมิโซโนะได้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ต่อให้ผมจะทำไปเพราะคุณอยากให้ผมทำ ไม่ใช่เพราะว่าผมต้องการทำด้วยตัวเอง”

คุรามะแผ่ฝ่ามือตัวเองออกจากระหว่างนิ้วของมิโซโนะ แล้วแนบฝ่ามือนั้นกับใบหน้าของอีกฝ่าย แม้การกระทำอาจเรียกว่าสนิทสนมชิดเชื้อ แต่ภายในใจของคุรามะยังคงเต็มไปด้วยข้อสงสัยต่อพฤติกรรมของอีกฝ่ายและตนเองอยู่ไม่หมดสิ้น

“การให้กำลังใจกันได้ ไม่ใช่แค่เป็นคนรักแล้วก็ทำได้เลยสักหน่อย นายเป็น ‘คนรักที่ผ่านเรื่องราวกับฉัน’ ไงล่ะ อีกอย่างนะ......”

มิโซโนะผละมือออก ปล่อยให้ฝ่ามือของคุรามะค้างเติ่งที่ใบหน้าของตนเช่นนั้นสักระยะ ก่อนจะยื่นมือ ให้ปลายนิ้วสัมผัสปลายเส้นผม ใบหน้า และสัมผัสทั้งแก้มขาวชมพูระเรื่อด้วยฝ่ามือของตนเอง พร้อมรอยยิ้มและคำพูดหนักแน่นอย่างมั่นใจในความคิดของตน

“ฉันมองว่าที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้เนี่ย เป็นการ ’เลือก’ ว่าจะให้กำลังใจฉัน เท่านี้ก็สำคัญสำหรับฉันมากแล้วล่ะน่า”

เพราะเป็นรอยยิ้มที่แสนมั่นใจและเจิดจ้า คุรามะเลยคิดว่าหากเลื่อนมือลงไปบีบลำคอนั้นเสียเดี๋ยวนี้ มิโซโนะจะรู้สึกอย่างไรกัน

“......ต่อให้ต้นความคิดจะเป็นอย่างไร แต่คุณมิโซโนะก็ดูที่ ‘ผลลัพธ์ของการกระทำ’ มากกว่างั้นหรือครับ”
“ความคิดของนายก็สำคัญสิ ฉันถึงถามตลอดว่านายคิดอะไรอยู่ และดีใจที่นายยังคงตอบตามตรงน่ะ”
“ต่อให้เป็นแนวคิดที่ทำร้ายคุณหรือคนรอบข้างน่ะเหรอครับ”

คุรามะยังคงเอียงใบหน้าคลอเคลียไล้ไปกับฝ่ามือของมิโซโนะ ถึงพอพูดเช่นนั้นแล้วสีหน้าของมิโซโนะจะชักเล็กน้อยเพราะความตื่นตระหนก แต่มือของอีกฝ่ายยังไม่ขยับห่างจากใบหน้าของตนแม้แต่น้อย คุรามะฟังน้ำเสียงถัดมาของมิโซโนะที่กดต่ำลง เป็นน้ำเสียงที่ใช้ตอนแสดงความรู้สึกจริงจังและเอาจริงโดยไม่ลังเล

“ ‘การคิด’ กับ ‘ลงมือทำจริง’ มันต่างกันมากนะ”
“ฮึฮึ...... ผมทราบครับ”

คุรามะหันใบหน้าให้ริมฝีปากตนสัมผัสฝ่ามือมิโซโนะ และจงใจลงน้ำหนักประทับรอยจูบลงไปให้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างแจ่มชัด เขาเรียนรู้แล้วว่าการคงไว้ซึ่งสถานะที่ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันนั้น มีน้ำหนักมากกว่าการทำลายความสัมพันธ์เพื่อไขข้อสงสัยและเข้าใจความรู้สึกนั้นเพียงแค่ชั่วครู่ ในตอนนี้เขารับรู้แล้วว่ามิโซโนะเป็นองค์ความรู้ที่มีค่าสำหรับเขามากนัก

“ตั้งใจอ่านหนังสือกันนะครับ คุณมิโซโนะ”

คุรามะกล่าวพร้อมส่งสายตาและรอยยิ้มให้ใบหน้าแสนตกใจและเคอะเขินของมิโซโนะ ดูเหมือนว่าตัวเขาเอง อาจจะกำลังสนุกกับการสังเกตการณ์สีหน้าและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปมาของคนรักก็เป็นได้

(จบ)