aykawpv
2024-04-16 21:27:52
3773文字
Public Nijo
 

(Fanfic) Nijo - loved

สั้นๆหม่นๆ คานาตะเด็กอะเกน

ที่นี่คงเป็นความฝัน

เพราะเมื่อได้สติ ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ รอบข้างเลือนลางไม่ชัดเจน กระนั้นฉันยังเดินต่อไปโดยไร้ข้อสงสัย
จากนั้น ฉันเห็นเงาเลือนลางเล็ก ๆ อยู่ในระยะไม่ห่างจากตัวมากนัก ทั้งที่ควรจะแปลกใจแต่กลับเหมือนรู้อยู่แล้วว่าสิ่งนั้นต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน ในที่สุดฉันก็เห็นร่างนั้นชัดเจน เส้นผมหยักเล็กน้อยสีเขียวขจีที่มองในทิศตรงข้าม หันกลับมาหา เงยหน้าขึ้นมองฉันอย่างแนบนิ่งด้วยนัยน์ตาและใบหน้าไร้ข้อสงสัยพิมพ์เดียวกันกับฉัน

“เฮ้อ”

ฉันถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ฉันรู้ว่าเด็กตรงหน้าคือน้องชายฝาแฝดของฉัน ฉันเกลียดคานาตะ แม้จะเห็นตัวตนในสมัยก่อน ความรู้สึกของฉันในตอนนี้ก่อเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียวกัน ดังนั้นกระทั่งในฝัน ฉันคงยังปฏิบัติตัวอย่างเดียวกันกับที่เคยทำมา

……

ฉันเดินรุดต่อไปโดยไม่หันมองหน้าคานาตะอีก แน่นอนว่ามีเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ตามหลังมา ระยะห่างที่ใกล้พอตัว แต่ไม่ได้ชิดถึงเคียงข้าง นี่เป็นความฝันที่ฉันเลือกที่จะตื่นเองไม่ได้จึงไม่คิดจะเสียพลังงานไปกับการบอกปัดไล่อย่างทุกครั้ง

ในหัวของฉันเองก็มีส่วนที่ฟั่นเฟือนเหมือนกัน

“อะ”

เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงพร้อมส่งเสียงเล็ก ๆ จากนั้นเปลี่ยนจังหวะเป็นวิ่งไปในทิศทางอื่น ฉันจึงหันไปมองตามด้วยสัญชาตญาณ และภาพที่เห็นตรงหน้าคือไฟสลัวจากโคมแดงเล็ก ๆ ที่จุดสว่างทั่วพื้นที่สีดำมืด

สมเป็นความฝัน เมื่อรู้ตัวอีกทีตัวเองอาจจะไปโผล่ที่ไหนในความทรงจำก็ได้

ฉันสัมผัสถึงน้ำหนักเล็ก ๆ ที่ชนตรงช่วงขา คานาตะใช้แขนโอบฐานของโคมหนึ่งใบ และอีกมือก็ยื่นโคมอีกใบมาหาฉันโดยไม่พูดอะไร การกระทำและสายตากลมโตดวงนั้นสื่อความหมายให้ฉันรับรู้มากพอแม้จะไม่ต้องการ

ไฟภายในโคมที่คานาตะยกมายังสั่นไหวไม่ริบหรี่ลง
แค่ข้ามคืนก็มอดลงแล้วแท้ ๆ

"บอกแล้วไงว่าฉันไม่อธิษฐานอะไรทั้งนั้น"

ฉันพูดแล้วเดินจากสถานที่สว่างไสวมาสู่ทางที่มืดลง

อีกครั้ง ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่สงบใจ บรรยากาศเงียบสงบ มีเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อย และความมืดที่ทำให้อิ่มเอม และเสียงที่คุ้นหูก็ดังแทรกเข้ามา เสียงฉายภาพในโรงภาพยนตร์

ฉันนั่งพักที่เบาะนุ่มนั้น ความมืดที่โอบอุ้มฉัน ฉายแสงสว่างที่พักพิงใจให้ฉันเห็นตรงหน้า
ฉันสามารถดูเรื่องราวในจินตนาการที่ยอดเยี่ยมนี้นับร้อยนับพันก็ยังได้ สายตาที่ไม่สนใจสิ่งใดต้องการจะจับจ้องเพียงผืนผ้าที่ฉายโลกจอมปลอมแสนอ่อนโยน มอบความฝันที่ทำให้ตนหลงผิดว่าตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นได้จนเคยตัว

ขณะนั้น ฉันรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดลงบนตัก มันไม่ได้หนักอึ้งจนกังวล แต่ความไม่สบายใจก็เข้ามาแทนที่ไปแล้ว ฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอย่างที่ต้องการ แม้แต่ฝันของฉันก็ไม่ให้สิ่งที่ฉันปรารถนา

ฉันนึกและก้มลงมองเพื่อยืนยันสิ่งที่ฉันรู้แต่แรก ร่างเล็กของคานาตะนอนหนุนตักของฉันและมองไปยังผืนผ้าที่ยังฉายภาพเคลื่อนไหว แม้เนื้อหาจะช่างว่างเปล่าเสียเหลือเกิน

“ไม่สนใจแล้วยังจะดูไปทำไม”

มาในตอนนี้ ฉันรู้ได้เลยว่าที่ผ่านมาคานาตะไม่เคยสนใจมาตลอด ความสนุกเสแสร้งที่เคยรู้สึกเมื่อตอนเด็กช่างน่าขันนัก ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มที่ฉันและคานาตะแสดงออกมาก็เป็นเรื่องจริง
คานาตะหันหน้ากลับมามองที่ฉัน นั่นไง ยังไงนายก็ไม่เคยสนใจอะไรใช่มั้ยล่ะ


“งั้น ถ้าฮารุกะไม่สนใจแล้วทำไมถึงยังอยู่ตรงนี้ล่ะ?”


เสียงเล็กใสที่ยังไม่แตกหนุ่มสะท้อนเข้ามา ทั้งที่เป็นคำพูดธรรมดา น้ำเสียงที่ปกติ แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะความขมุกขมัวภายในที่กำลังตีตื้นขึ้นมา

“เบสแสนรักของฮารุกะ ฮารุกะยังทุบทิ้งคามือตัวเองเลยนี่นา”

ฉันขยับไปไหนไม่ได้ นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ทำไมคานาตะต้องมาอยู่ตรงนี้ น้ำหนักที่นอนหนุนเริ่มหนักอึ้งเหมือนหินที่ถ่วงให้จมลงสู่ก้นทะเลลึก อึดอัด ไร้พื้นที่ให้หายใจ สิ่งน่ารังเกียจคืบคลานมาโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าจะไม่สูญเสียอะไรไปอีก ถึงอย่างนั้นตัวฉันกลับพูดตอบกลับอะไรกับน้ำเสียงใสนั้นไม่ได้เลยสักนิด

“น่าอิจฉาจัง นี่”

นี่เป็นฝันของฉัน

“ฮารุกะอยากจะทุบฉันให้แหลกเหมือนเบสตัวนั้นมั้ย?”

ฉันหมดสภาพและทำอะไรไม่ได้

กระทั่งตัวฉันในฝันยังไม่อาจห้ามตัวฉันที่เคลื่อนมือไปใกล้ลำคอเล็กนั้น ฝ่ามือที่สามารถเลือกที่จะทำอะไรก็ได้นั้น กลับทำลายสิ่งที่ตัวเองเคยรักไปแล้วนักต่อนัก

ทำไมถึงต้องให้ฉันเห็นแกในสภาพนี้ด้วย? ต้องการอะไรกันแน่? อยากให้ฉันกลายเป็นตัวน่ารังเกียจ ตกสู่ความมืดหลากเฉดสีแบบแกงั้นล่ะสิ? สารเลว!

"ฮะฮะ-"

นี่เป็นความฝันของฉัน

ดังนั้น ฉันจึงไม่อาจห้ามจิตใต้สำนึกของตัวเองได้เลย


(จบ)