ตระกูลนิโจเป็นผู้กุมทรัพย์สินกลุ่มบริษัทนิโจซึ่งบริหารกิจการเครื่องสำอางสำหรับวัฒนธรรมพื้นบ้านญี่ปุ่น
แม้ขณะนี้ขนบธรรมเนียมต่างๆ จะลดหลั่นลง ผู้คนต่างลดองค์ประกอบสำหรับการปรุงแต่งหน้าตน แต่วัฒนธรรมเก่าแก่ซึ่งเป็นฐานรากลึกในดินแดนศักดิ์สิทธิแห่งเมืองหลวงเก่าเกียวโต ทำให้นิโจกรุ๊ปผู้ครองตลาดโบราณนี้มาอย่างช้านาน มิได้ถูกกระแสโลกพัดพาให้กลืนหายไปกับเครื่องสำอางสมัยใหม่
แน่นอนว่าแนวคิดเครื่องสำอางร่วมสมัยจะเป็นโจทย์ใหญ่ในเอาตัวรอดและยังมีพื้นที่สำหรับผู้นำเครื่องสำอางด้านวัฒนธรรมบุกเบิกสู่ระดับสากล ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลักที่ต้องขบคิดในตอนนี้
"แค่ก แค่ก แค่ก"
"คานาตะ ดูทรมานจัง..."
ตระกูลนิโจแสนเก่าแก่ ยังมีขนบธรรเนียมแต่เนิ่นนานว่าด้วยการสืบทอดกิจการนั้นคืออภิสิทธิสำหรับคนในตระกูลเท่านั้น
หรือหากกล่าวในบริบทที่รูัทั่วกัน ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นเจ้าบ้านย่อมถือสิทธิ์อันควรทุกประการ
"คุณหนูฮารุกะ ระวังอย่าเข้าใกล้มากนะคะ"
"อะไรเล่า ไม่เป็นไรหรอกน่า คานาตะก็อยากให้ฉันอยู่ด้วยใช่มั้ย นี่...!"
เด็กน้อยกุมมือข้างหนึ่งของเด็กที่นอนซมที่เตียงฟุตง หน้าตาพิมพ์เดียวกับฮารุกะนั้นแสดงถึงความอดกลั้นแต่ยังขยับริมฝีปากเผยยิ้มออกมาอย่างสุดกำลัง
"ดีใจจัง... ฉัน อยากให้นายอยู่ด้วย... จริงๆ......"
"คุณหนูคานาตะ อย่าฝืนเลยค่ะ"
"ใช่มั้ย? พี่ชายอยู่ตรงนี้แล้วไม่เป็นไรนะ...!"
คานาตะพยายามเค้นเสียงออกแม้จะแผ่วเบา อาการป่วยของคานาตะที่ผ่านมาต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แต่ผิดกับช่วงเวลาที่ผ่านมา คานาตะที่ยังเล่นที่บ้านตามปกติเกิดไข้สูงขึ้นกะทันหัน แม้ทานยาและอาหารเข้าไปลำเลียงก็มีแต่ของเสียขย้อนอาเจียนออกมา เหงื่อทั่วกาฬและอาการเหนื่อยล้าราวกับระบบร่างกายจะพังทลายลง ฮารุกะซึ่งเป็นฝาแฝดและอยู่ติดตัวกับคานาตะแทบตลอดเวลายังไม่เคยเห็นอาการเช่นนี้มาก่อน
"ฮารุคุง คุณหมอมาแล้ว ลูกออกจากห้องไปก่อนเถอะ"
"ไม่เอา!"
"คุณหนูฮารุกะ"
เสียงร้องตะโกนลั่น ฮารุกะยังไม่อาจทำความเข้าใจความตึงเครียดของสถานการณ์นี้ ทั้งความเป็นไปของชีวิต ทั้งค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทั้งการสืบทอดกิจการ เด็กชายวัยประมาณห้าขวบนั้นเพียงแต่ไม่อยากสูญเสียสิ่งที่เคยมีไปเท่านั้น
ผู้ดูแลหญิงและคุณพ่อเริ่มขยับตัวเข้าใกล้ตน การยอมรับว่าตนไร้ซึ่งกำลังในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องน่าเจ็บแค้นใจเสียจนหลั่งน้ำตาออกมา แต่กระนั้นก็เป็นความจริงที่ตนต้องทำใจรับให้ได้
"คานาตะ นายต้องกลับมานะ! สัญญาสิ!"
"......"
นิ้วก้อยฮารุกะลุกลี้ลุกลนคล้องกับนิ้วก้อยที่อ่อนแรงของคานาตะ ฮารุกะคล้องไว้อย่างนั้นไม่ปล่อยจนผู้เป็นพ่อดึงตัวออกไป
ฮารุกะมองที่ใบหน้าและสายตาที่อ่อนล้าของคานาตะเสมอ แม้จะไร้คำพูดและเรี่ยวแรงให้ตอบกลับ แต่เขารู้สึกได้ว่าคานาตะต้องรักษาสัญญาอย่างแน่นอน
และนี่คือครั้งสุดท้ายที่ฝาแฝดเกี่ยวก้อยสัญญาด้วยกัน
*
อาการของคานาตะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ราวกับการล่มสลายนั้นคือฟ้าฝนกระหน่ำคืนสุดท้ายก่อนเมฆเคลื่อนลอยรอฟ้ากระจ่าง
โชคดีที่วิทยาการแพทย์ปัจจุบันและกำลังทรัพย์ที่มีเพียงพอ คานาตะจึงได้รับการรักษาและปฐมพยาบาลหลังจากนั้นได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ผู้เกี่ยวข้องด้านการแพทย์จะแจ้งว่าต้องใช้พลังใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญด้วย แต่นั่นไม่ใช่ตัวแปรที่ต้องมาคำนวณกับสิ่งที่ลงทุนไป
นิโจผู้เป็นแม่มาพบคานาตะหลังอาการทรงตัวเพียงครั้งเดียว เธอฝากข้อความจากเครือญาติทั้งสองฝ่ายและกล่องบรรจุสิ่งหนึ่งเอาไว้ให้กับผู้เป็นสามีของเธอ นิโจผู้เป็นพ่อแสดงสีหน้าเหนื่อยใจแต่ไม่ได้คัดค้านใด ๆ ออกมา
"คุณน้า วันนี้ก็เข้าไปเล่นกับคานาตะได้ใช่มั้ย?"
"คุณหนูฮารุกะ... ก็ไม่ได้มีปัญหาหรอกนะคะ..."
ฮารุกะเห็นท่าทีประหลาดเล็กน้อยของผู้ดูแลหญิง แต่ในเมื่อไม่ได้ปฏิเสธ ตนก็ไม่รีรอวิ่งเข้าไปที่ห้องของคานาตะ
บานประตูเลื่อนถูกเปิดออกก่อนเสียงจะตามมาภายหลัง
"คานาตะ! วันนี้จะเล่นอะไรกันดี---"
"...! ฮารุกะ"
ฮารุกะตะลึงงันจนตัวนิ่งไปสักพัก น้องชายฝาแฝดของตนใส่ชุดยูกาตะลวดลายสวยงาม ผมที่ไว้ยาวกว่าฮารุกะเพียงเล็กน้อยนั้นถูกรวบขึ้นมัดเป็นทรงดังโกะและคั่นด้วยปิ่นปักผมระบายแสนน่ารักทว่าประณีต ปอยผมด้านข้างถูกเก็บอย่างเรียบร้อยและประดับด้วยดอกไม้ประดิษฐ์สีฟ้าอมม่วงงดงาม
เด็กน้อยลุกขึ้นจากพื้นเสื่อและค่อย ๆ เดินมา แม้จะใส่ชุดแปลกตาเพียงไรแต่ท่าทีและสีหน้านั้นเป็นแฝดของตนอย่างแน่นอน สติของฮารุกะคืนมาหลังจากคานาตะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง ใบหน้านั้นลงเครื่องสำอางไว้อย่างเบาบางแต่เห็นได้ชัดเจน
"อะ...! เอ่อ คานาตะ?"
"อื้อ"
"เอ่อ... ยอดไปเลยนะ ทั้งหมดเนี่ย"
"อ๋า... ไม่แปลกสินะ......?"
น้องชายที่ชอบหลบหลังตนเองและส่งเสียงเล็กไร้ความมั่นใจยังคงไม่เปลี่ยนไป น่าแปลกที่ฮารุกะไม่รู้สึกขัดหูขัดตาเลยจนเผลอหัวเราะออกมา
"เอ๊ะ!? แปลกงั้นเหรอ...!"
"ฮ่ะๆๆ ... แปลกสิ...! ก็เข้ากันจนไม่รู้สึกแปลกอะ แปลก...! ฮะๆๆ"
"อะไรของฮารุกะเนี่ย ไม่เข้าใจเลย......"
คานาตะแสดงสีหน้าบึ้งตึงพลันมองที่ฮารุกะอย่างอิ่มใจ ตราบใดที่ฮารุกะยังแสดงสีหน้าเช่นนี้ออกมาได้ คานาตะก็พึงพอใจแล้ว
ฮารุกะจับมือคานาตะผ่านชายเสื้อยูกาตะที่หลวมจนแทบไม่เห็นนิ้วมือและเดินนำไปที่ห้องนั่งเล่นส่วนตัวของพวกเขา
มีเรื่องเล่าปรัมปราว่ากันว่าหากให้เด็กที่ป่วยไข้แต่งสลับเพศแล้วจะช่วยปัดเป่าโรคภัยซึ่งเป็นภัยร้ายออกไป การสวมชุดเด็กสาวให้คานาตะนั้นจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ผิดธรรมชาติสำหรับตระกูลที่อิงตามคำบอกกล่าวว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดีของเครือญาติเล่าต่อกันมา
นิโจผู้เป็นแม่รับรู้เพียงความประสงค์ของเครือญาติ
นิโจผู้เป็นพ่อรับรู้เพียงความต้องการของภรรยาและครอบครัวตน
คานาตะรับรู้เพียงความพึงพอใจของพ่อแม่และผู้ใหญ่รอบข้าง
ส่วนฮารุกะรับรู้เพียงความสุขที่ได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ
คานาตะใช้ชีวิตในบ้านโดยใส่ชุดยูกาตะเด็กสาวเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเพราะวิทยาการแพทย์ การเฝ้าระวังและดื่มยาเป็นประจำ ความเชื่อ หรือพลังและกำลังใจของเจ้าตัว อาการป่วยไข้ทุเลาลงจนหายสนิท
คานาตะลดจำนวนเม็ดยาตามคำแนะนำของแพทย์ จนกระทั่งวันที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องช่วยเหล่านั้นมาถึงอย่างรวดเร็ว คานาตะแข็งแรงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ความทุกข์ทรมานจนถึงห้าปีเศษนั้นกลับหายเป็นปลิดทิ้ง
"ตอนนี้ปะป๊าก็ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่คานะคุงแข็งแรงด้วยขนาดนี้เพราะพลังของบรรพบุรุษด้วยแหงๆ"
"หา เลอะเทอะละพ่อ เริ่มเมาก็ไปนอนในห้องไป"
คานาตะในปัจจุบันเป็นชายหนุ่มแข็งแรงสมวัย มือปัดไล่พ่อซึ่งเริ่มส่งกลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาจากตัวกลับเข้าห้องไป สีหน้าเหนื่อยใจและน้ำเสียงรำคาญนั้นคือใจจริงที่คานาตะมีให้ และเป็นความซื่อสัตย์เดียวที่ตนสามารถมอบให้คนประเภทนี้ที่สุดแล้ว
"เฮ้อ ก็มีอะไรแบบนี้นด้วยนี่นะ.... ประวัติศาสตร์ดำมืดชัวร์........"
คานาตะพลันนึกถึงช่วงเวลาแสนสั้น รู้สึกว่าที่ลังเก็บของเก่าน่าจะมีรูปถ่ายที่ผู้ดูแลเคยถ่ายรูปเก็บไว้ ทั้งตนตอนแต่งเครื่องทรงเป็นเด็กสาว หรือตอนที่ฮารุกะเล่นซนกับตนที่อากัปกิริยาอ้อมแอ้มไร้กำลัง
คานาตะนึกถึงอย่างไม่สบอารมณ์แต่เปี่ยมไปด้วยอารมญ์ถวิลหา ช่วงเวลาที่มีฮารุกะช่างมีความหมายเสียหมดจนน่าขัน
"อะ มีแค่อย่างนึงที่ทุกวันนี้ยังทำละนะ"
คานาตะหยิบลิปมันออกมา สิ่งนี้คือสินค้าตัวใหม่ที่เพิ่งจัดจำหน่าย ลิปที่ใช้ส่วนผสมพื้นบ้าน สีที่อ้างอิงจากการแสดงโรงละคร การออกแบบปลอกที่ร่วมสมัย
ตราของนิโจกรุ๊ปที่ถืออยู่ในมือใหญ่ด้านนั้นระบายลงริมฝีปากอย่างมั่นคง
(จบ)
If you make a mistake, you can cancel it by pressing the reaction.