aykawpv
2021-09-13 14:21:59
12269文字
Public
 

(Fanfic) Nijo - begin

ปาร์ตี้ครั้งแรกของคานาตะ
-มโนสภาพครอบครัวนิโจ
-มโนเพื่อนฮารุกะ (ม็อบ)
-สำหรับคนโอเคทุกอย่างน้า

ฉันชอบฟังเรื่องราวจากฮารุกะ ฮารุกะอาจจะคิดว่าหากเล่าเรื่องราวภายนอกให้กับฉันที่เป็นเด็กขี้โรคติดเตียงแล้วจะเป็นกำลังใจให้กับฉันต่อสู่กับโรคภัยได้ เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับฉันที่น่าสงสารซึ่งติดอยู่แต่ภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้

ฉันสนุกที่ได้ฟังเรื่องเล่าจากฮารุกะ ไม่ใช่เพราะเหตุผลพรรค์นั้น แต่เป็นเพราะฉันจะได้รู้จัก ‘โลกของฮารุกะ’ ต่างหาก มุมมองที่ฮารุกะมีต่อสิ่งต่างๆ ทั้งความคิด ทัศนคติ ความฝัน วิธีที่ตัวเองเข้าหา การปฏิบัติต่อสังคมและผู้คนรอบข้าง

ฉันรักช่วงเวลาของสองเราในห้องคับแคบนั่น จนกระทั่งวันที่ฉันสามารถก้าวออกจากโรคร้ายได้ตัวเอง อาการป่วยฉันทุเลาลงจนอันตรธานไป และประตูสู่ ‘โลกปกติ’ ของฉันได้เปิดออก ฮารุกะที่เข้าใจว่าฉันก็มีโลกเป็นของตัวเอง เขาจึงนำโลกของเขามาเล่าให้ฉันฟังน้อยลง น้อยมากเข้าจนไม่มีอีกเลย ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยากจะเข้าใจ เพราะโลกของฉันคือฮารุกะ เหตุผล แรงผลักดันทั้งหมดที่ฉันมี มีเพียงเพื่อสิ่งนั้น มีเพียงแค่นั้นมาแต่แรกและตลอดไป ช่างเรียบง่ายและเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น ทั้งที่โลกของฉันมีแต่ฮารุกะ แต่ฉันกลับต้องไตร่ตรองนึกคิดถึงคนรอบข้าง ปรับตัวต่อเด็กช่วงวัยเดียวกันและผู้ใหญ่ที่ยึดมั่นแต่เปลือกภายนอก สิ่งที่ฉันทำ ฉันทำเพียงเพื่อยืนอยู่ในจุดเดียวกับฮารุกะ สามารถยืนเคียงข้างฮารุกะโดยไม่อายใคร ฉันถึงพยายามมาก พยายามไม่ปริปากร้องขอความช่วยเหลือจากฮารุกะ พยายามมาโดยตลอด แต่ผลสุดท้าย นั่นกลับกลายเป็นความภาคภูมิใจของผู้อื่น ความสำเร็จที่ตัวฉันไม่ต้องการ

และแล้วฉันก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับฮารุกะ เพียงแต่เฝ้าถามอย่างไร ก็ไม่ได้คำตอบจากแฝดพี่แม้แต่นิด ฉันต้องทำอะไร? ฉันควรทำอย่างไร? ฉันลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ปรารถนาบริสุทธิ์อย่างแรงกล้าจนไม่ทันรับรู้ถึงความบิดเบี้ยวที่ก่อตัวขึ้นภายในก้นบึ้งจิตใจแม้แต่น้อย

จนถึงวันนี้ เสียงเรียกของฉันยังส่งไปไม่ถึงฮารุกะ ดังนั้นฉันจึงยังก้มหน้าก้มตาพยายามต่อไป เพื่อให้ฮารุกะหันมามอง เพื่อที่ฉันจะได้เป็นคนพิเศษของฮารุกะ เพื่อชีวิตของตัวฉันเอง

*

วันหยุด ฮารุกะมักจะดูรายการฮีโร่ที่อัดทิ้งไว้ เดี๋ยวนี้ฮารุกะเริ่มตื่นสายบ่อยครั้งเลยต้องวานแม่บ้านมาช่วยอัดรายการช่วงเช้าไว้ตลอด ฉันชอบดูรายการด้วยกันกับฮารุกะเป็นกิจวัตรตั้งแต่สมัยก่อน แม้หลังๆ ฮารุกะจะหนีไปดูคนเดียวในห้องก็ตาม ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ลดละที่จะขอดูด้วยกันกับเขาอยู่ดี

แต่ว่าวันนี้กลับแตกต่าง ไม่มีทั้งรอยยับพรม ของเล่นตุ๊กตาฮีโร่อยู่ที่เดิม ห้องนอนส่วนตัวที่ปิดเงียบ ร่องรอยของฮารุกะได้หายไปจนฉันถามพ่อที่นอนเสื่ออยู่แถวนั้น

"ฮารุคุงหรอ? วันนี้ไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนน่ะ"
"เอ๊ะ? วันนี้? ไปทำไมหรอ?"
"เออ... เอ้อ เหมือนว่าจะเป็นวันเกิดเพื่อนเขานา"

ฉันถามรายละเอียดจากพ่อผู้เสเพลที่ยังเรียกชื่อเพื่อนฮารุกะคนนั้นผิด แต่ฉันรู้ เพื่อนคนนั้นคือเพื่อนที่ฮารุกะมักเล่าให้ฉันฟังสมัยที่ฉันยังนอนติดเตียง เขาเป็นเพื่อนที่พบกันในสนามเด็กเล่นและสนิทกันเพราะชอบรายการฮีโร่เหมือนกัน และเหมือนว่าตอนนี้ทั้งสองคนก็ได้อยู่โรงเรียนและชั้นประถมเดียวกันด้วย

ฉันรู้ดี เพราะคนนั้นคือ ‘เพื่อนสนิทของฮารุกะ’ เรื่องของฮารุกะ ฉันไม่มีวันลืมหรอก

"ผมอยากไปด้วยจัง"
"ได้สิๆ เดี๋ยวปะป๊าไปส่ง"

พ่อตกลงและลุกขึ้นอย่างรวดเร็วผิดวิสัยเฉื่อยแฉะ พ่อที่มักไม่อยู่ติดบ้านและไร้ความผิดชอบต่อหน้าที่การงานและครอบครัว คงจะยิ่งชอบใจถ้าลูกชายของตัวเองทั้งสองคนไปอยู่ที่บ้านคนอื่น ผลักให้เป็นหน้าที่ของครอบครัวอื่นเขา แม่ผู้น่าสงสารยังต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ติดกับดักจากตระกูลและพ่อคนนี้ เพียงประคับประคองกิจการได้ก็เต็มกลืนแล้ว แม่คงไม่มีเวลาทำความเข้าใจ หรือไม่ ทำเป็นไม่รับรู้ถึงรอยร้าวที่เกิดขึ้นในครอบครัวเพื่อรักษาจิตใจของตนเอง

ฉันไม่ใส่ใจเรื่องของพวกเขา แม้จะเป็นพ่อแม่แท้ๆก็ตาม พวกท่านที่ไร้ความห่วงใยและมีรักปลอมๆ ส่งมาให้สมัยที่ฉันป่วยไข้ ยังไงก็เป็นเพียง ‘คนอื่น’ สำหรับฉัน

ยังไงเสียตอนที่พวกฉันโตขึ้น ไม่ฮารุกะก็ฉันจะกลายเป็นผู้สืบทอดกิจการตระกูลนิโจ หากพวกเราสองคนยังมีความสุขได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ฉันเชื่อมั่นและตั้งใจจะให้เป็นอย่างนั้น

*

ฉันไม่ถนัดเวลาอยู่กับคนเยอะๆเลย

อาจเป็นเพราะฉันเพิ่งเข้าเรียนกับคนอื่นจริงๆ ก็ช่วงชั้นประถมศึกษาที่เพิ่งผ่านมาได้เพียง 4-5 ปีเท่านั้น ฉันพยายามเรียนรู้และพอเข้าใจแล้วว่าหากขยันหมั่นเพียรเพียงพอ ตัวเองก็จะได้รับคำชื่นชมจากผู้ใหญ่โดยที่ไม่ได้ต้องการ และถ้าหากอยากมีเพื่อนเยอะๆเป็นที่รักเช่นเดียวกับที่ฮารุกะเคยเป็น ผู้คนจะชอบคนที่มีลักษณะนิสัยอย่างไร ต้องทำยังไงบ้าง ฉันคอยสังเกตกลุ่มเพื่อนในห้องที่มีลักษณะเช่นนั้น ถึงอย่างนั้นฉันยังหาประโยชน์สิ่งนั้นไม่ได้เลยไม่ได้ทำเปลี่ยนแปลงตัวเองแต่อย่างใด ในหัวฉันมีแต่ความพยายามไร้สิ้นสุดแต่จุดมุ่งหมายแจ่มชัดเสมอมา ฉันเพียงแค่คิดว่าต้องทำอย่างไรฮารุกะถึงจะยอมรับตัวฉันเสียที

"ฮารุกะ นายอยู่ไหนกันนะ"

ฉันมางานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนสนิทฮารุกะโดยที่ไม่เคยคุยกับเขาเลยสักนิด เพียงแต่พอเข้าบ้านไป เจอพวกผู้ใหญ่แล้วบอกว่าชื่อนิโจ พวกเขาก็ยิ้มแย้มพยักหน้าเข้าใจทันที เขารู้หรือเปล่าว่าฉันคือคานาตะ อาจจะไม่ได้ใส่ใจเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแล้ว

ทำไมฉันถึงมาที่นี่? แน่แล้วอยู่แล้ว จุดมุ่งหมายของฉันมีแค่ฮารุกะ ฉันอยากรู้ว่าโลกของฮารุกะเป็นยังไง แต่ยิ่งไปกว่านั้น ฉันแค่อยากเจอฮารุกะก็เท่านั้นเอง

"ยังไม่อ่านข้อความแชทจริงด้วย... โทรไปก็ไม่รับ"

ปัจจุบัน ฉันทำใจได้แล้วว่าฮารุกะ ‘จงใจหนีหน้าฉัน’ ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยากอยู่กับฮารุกะไม่ห่างอยู่ดี ฉันอยากบอกให้รู้เหลือเกินว่าฉันอยู่ตรงนี้ ถ้าฮารุกะรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ เขาจะมาหาฉันหรือเปล่า หรือว่าจะหนีไปเลย แต่ที่นี่เป็นปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนสนิทฮารุกะนะ? ฉันหวังเพียงแค่ถ้าฮารุกะเห็นตัวฉัน หันมามองฉัน จะอารมณ์เสียใส่ฉันยังดีเสียกว่าหนีไปโดยไม่บอกกล่าวกันเลย

ฉันเดินฝ่าฝูงกลุ่มเด็กเล็กใหญ่เข้างานไป ปาร์ตี้วันเกิดของเด็กผู้ชายแต่ก็มีเพื่อนผู้หญิงมาร่วมด้วยไม่น้อย เพื่อนของฮารุกะเป็นคนที่ชอบเข้าหาคนอื่น สนิทสนมกับผู้คนง่ายไม่ว่ากับใครๆ ฮารุกะชอบเล่าว่าเขากับเพื่อนคนนี้เป็นคู่แข่งกัน ฉันรู้สึกโล่งใจ เพราะการเป็นคู่แข่ง เท่ากับว่าหากพยายามไม่ว่าใครก็มาแทนที่ตำแหน่งนั้นได้ แต่ถึงอย่างไร ไม่มีใครสามารถเป็นฝาแฝดของฮารุกะได้นอกจากฉันอยู่ดี

ฉันหาเก้าอี้ว่างตรงมุมหนึ่งของงาน ที่ซึ่งไม่กลางเกินไป ไม่ชิดขอบเกินไป ฉันนั่งและมองสำรวจผู้คนรอบๆ อย่างเงียบๆ เพื่อค้นหาตัวฮารุกะ ฮารุกะเป็นเพื่อนสนิทของพ่องาน และถึงเจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัว ฮารุกะต้องการเป็นคนที่โดดเด่นเหนือใคร ดังนั้นจุดที่สังเกตง่ายที่สุดก็คือ

“อุ๊ฟ ฮ่าๆๆๆๆๆ!”

ความวุ่นวาย

“ฮารุกะ นายไหวมั้ยเนี่ย?”
“อึ้ก โธ่เว้ย...”
“นายเล่นโดดตลอดเลยนี่นา”
“ไม่ได้ซ้อมด้วยกันเลยเนอะ”
“ช่วยไม่ได้นี่ นิโจเขาชอบเป็นไรเดอร์มากกว่านี่นา”
“อย่าล้อกันสิ!”
“เอาน่าๆ ทุกคนได้หัวเราะกันนะ”
“เจ้าภาพโอเคล่ะ ฮิ้ว”

ฉันมองกลุ่มเด็กคนหัวเราะร่ากันเพราะความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ที่กะจังหวะกระโดดพลาดจนล้มระเนระนาดกัน ฉันเดาไม่ยากว่าฮารุกะคงพยายามโดดเด่นกว่าคนอื่นเลยทำให้ทั้งกลุ่มเสียจังหวะไปจากบทสนทนา บรรยากาศภายนอกสนุกสนานเฮฮาตามประสาเด็กน้อย แต่ฉันสัมผัสได้ว่ามีเพียงฮารุกะเท่านั้นที่แตกต่าง นายให้อภัยกับความผิดพลาดไม่ได้นี่นา ฉันรู้ พวกเราแม้จะแตกต่างแต่ช่างเหมือนกัน นายเหมือนกับฉันเลย พวกเราเป็นฝาแฝดกันนี่นา

ฉันจ้องมองแผ่นหลังของฮารุกะที่มีฝ่ามือของเพื่อนคนนั้นซึ่งเป็นเจ้าของวันเกิดบีบบ่าแสดงการปลอบใจอยู่เพียงคนเดียว ฉันเผยอยิ้มออกมา ฉันยังหาต้นตอของความรู้สึกนี้ไม่ได้ แต่ฉันแน่ใจว่ามันเป็นความสุขแน่นอน

“หือ?”
“?”
“นั่น น้องนายรึเปล่าฮารุกะ? พาเขามาด้วยไม่บอก!”
“ฮะ?”

จู่ๆ นายคนนั้นก็ตรงดิ่งมาหาฉัน ฉันไม่ทันตั้งตัวเลยรีบเด้งตัวขึ้นอย่างเลิ่กลั่ก

“ไง! คานาตะใช่มั้ย? ยอดเลย หน้าตาเหมือนกันจริงๆ ด้วย! ฉัน ooo สมัยก่อนฮารุกะเล่าถึงนายเยอะเลย!”
“อ-อื้ม ยินดีที่ได้รู้จักนะ คุณooo ฮารุกะก็เล่าเรื่องนายให้ฟังเยอะเลย”
“ฮะๆ รุ่นเดียวกันไม่ใช่หรอ? ไม่ต้องเกร็งๆ หวังว่าจะไม่เผากันเยอะนะ นี่ ฮารุกะก็มาด้วยสิ!”

ooo เรียกฮารุกะที่ยืนแน่นิ่งตรงนั้น ฮารุกะมองค้างมาที่ฉัน สีหน้าแบบนั้นมันคืออะไรกันนะ? ตกใจ? โกรธ? กลัว? ทำไมล่ะ... ฮารุกะสะบัดหน้าคิ้วขมวดเหมือนสบถบางอย่างออกมาและเดินเข้ามาหาฉัน ไม่สิ นายเดินเข้ามาหาเพื่อนตามคำขออย่างเสียไม่ได้เพราะยังปฏิเสธคนนี้ไม่ได้สินะ

“มาๆๆ เดี๋ยวนี้นายไม่ค่อยพูดถึงน้องเลย ฉันก็แอบเป็นห่วงอยู่นะเนี่ย แต่ดูท่าทางเขาแข็งแรงดีนี่นา ดีใจด้วยนะ!”
“.......”
“คานาตะ รู้สึกว่านายเป็นคนติดพี่ไม่ใช่หรอ? แต่ทนรอพวกเราเล่นเสร็จก่อนงี้สินะ เก่งมากเลย!”

ไม่ใช่สักหน่อย ฉันเพิ่งมาและต้องการเจอฮารุกะเท่านั้น ไม่ได้อยากได้คำชมจากคนอื่นแบบนายด้วย แต่ทันทีที่ฉันเห็นสีหน้าฮารุกะที่อยู่ถัดจากหลังของนายคนนี้ ฉันกลับพูดคำโกหกขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติเสียจนตัวเองยังตกใจ

“งานวันเกิดของoooคุงที่เป็นเพื่อนสนิทฮารุกะเลยนี่นา ฉันอยากให้ฮารุกะเล่นกับพวกนายเต็มที่เลย”
“...?”
“ฮ่าๆ งั้นคงได้เวลาปล่อยให้พี่น้องอยู่ด้วยกันแล้วสิ เดี๋ยวฉันขอไปหาพ่อแม่ก่อนนะฮารุกะ ระหว่างนี้นายอยู่กับน้องไปก่อนนะ!”
“อะ เดี๋ยว

ฮารุกะพยายามเรียกหาแต่นายคนนั้นก็วิ่งออกไปแล้ว งานปาร์ตี้ที่มีเสียงดนตรีคลอและเสียงหัวเราะของเหล่าเด็กๆ กลบคำพูดบางเบาแสนโลเลของฮารุกะ ฉันรู้สึกอิ่มเอมกับความรู้สึกบางอย่างอย่างบอกไม่ถูก ฉันมองฮารุกะที่เหมือนไร้ซึ่งที่ไป รู้สึกอ้างว้างในสถานที่ครึกครื้นเช่นนี้ เช่นเดียวกับฉัน

ฮารุกะ”
“นายมาทำไม”

ฮารุกะขึ้นเสียงแข็งกับฉันเล็กน้อย ฉันเคยรู้สึกผวาและกลัวกับน้ำเสียงนั้น ฉันวิตกพะวงและทรมานว่าถ้าฮารุกะไม่ชอบหน้าฉันหรือเกลียดฉันขึ้นมาล่ะ น่าประหลาดที่บรรยายกาศปาร์ตี้นี้กลับทำให้ความคิดและความรู้สึกของฉันชัดเจนขึ้น ฉันรู้แล้วว่าต่อให้ฮารุกะจะรู้สึกยังไงกับฉัน ความรู้สึกที่ฉันมีต่อนายก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี

“ฉัน คิดถึงนายน่ะ”

ฉันพูดอย่างเคอะเขินแต่ชัดถ้อยชัดคำ ฉันไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเองที่มีต่อนายเลย

“โกหก เมื่อกี้นายเพิ่งโกหกกับ ooo ไป ตั้งใจมาทำอะไรกัน จะมาล้อเลียนฉันอีกรึไง”

โดนว่าร้ายซะแล้ว ฉันสะเทือนใจอยู่นิดหน่อย แต่ฉันรู้แล้วว่าทุกคำพูดของฮารุกะมีแต่ตัวฉัน สิ่งที่ฮารุกะ ‘กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้’ มีเพราะตัวตนของฉันเพียงคนเดียว ฉันถึงยังยิ้มได้อยู่ตอนนี้

“เปล่าสักหน่อย ฉันก็ส่งข้อความ โทรหานายนะ...”
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ของนาย กลับไปซะ”
“กลับไม่ได้หรอก ฉันให้พ่อมาส่งน่ะ บอกแล้วว่าจะกลับพร้อมกับฮารุกะด้วย”

ฮารุกะเหมือนเดาะลิ้นเบาๆ เท่จัง แต่แบบนี้ผู้ใหญ่เขาเรียกว่าไม่มีมารยาทหรือเปล่า ฮารุกะเป็นคนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่เก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉันรักฮารุกะที่ยื่นมือมาหาและวิ่งหนีแม่บ้านไปพร้อมกับฉันโดยไม่คิดถึงคำดุด่าภายหลังจากแม่ บางทีในตอนนี้เอง

“ฉันไม่ถูกกับคนเยอะๆเลย ขออยู่ด้วยกันได้มั้ย?”
“...!”

ฮารุกะปัดมือฉันที่ยื่นเข้าหาออกท่วงที ดูเหมือนเป็นปฏิกิริยาที่เผลอทำ เพราะฮารุกะตกใจกับตัวเองพอๆกับที่ฉันกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ที่ฉันตกใจไม่ใช่เพราะสิ่งที่ฮารุกะทำ ฉันคิดไว้แล้วว่าฮารุกะคงไม่อยากอยู่กับฉัน แต่ฉันตกใจเพราะฉันกำลังมีความสุขต่างหาก

“ฮะๆ... ไม่เป็นไร ไม่เป็นแผลหรอก
“.......”
“แต่นี่ เมื่อกี้นายก็ตะคอกใส่เพื่อนไปรึเปล่า?”
“หา...”
“เมื่อกี้ตอนเล่นฮีโร่กัน ฉันเห็นฮารุกะกำมือแน่นเลย ไม่ชอบใจสินะ ทุกคนที่ไม่เข้าใจตัวนายที่อุตส่าห์ซ้อม รวมถึงเพื่อนสนิทคนนั้นก็มองว่าเป็นเรื่องขำขัน ทั้งที่ฮารุกะตั้งใจแท้ๆ
“!”
“เหมือนโดนดูถูกเลยเนอะ แต่ว่าเพื่อนของฮารุกะไม่ได้มีแค่ฮารุกะคนเดียวนี่นา ถ้าคนส่วนใหญ่เขาว่าไงก็ตามนั้นล่ะนะ”
“อย่างนายจะไปรู้อะไร!!!?”

ฮารุกะตะโกนดังใส่ฉัน ทันใดนั้นสายตาเด็กๆในงานทุกคนก็ตรงมาหาที่พวกเราทันที

“ฮะ... ฮะ...”

ฮารุกะช็อคจนพูดอะไรออกมาไม่ได้ อย่างนี้นี่เอง นายรับมือกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ใช่มั้ย นายพยายามใส่ใจทุกคนอย่างจริงใจแต่คำพูดและการกระทำกลับออกมาตรงกันข้ามเพราะความคาดหวังที่มากเกินกว่าที่คนอื่นเขาต้องการ สุดท้ายทุกคนที่ว่ากลับไม่เข้าใจตัวนายสักนิดเดียว ฮีโร่ของฉันไม่สามารถเป็น ‘ฮีโร่’ ได้อีกต่อไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ฉันควรทำ...

“ขอโทษนะ! ฉันเพิ่งออกมาข้างนอกครั้งแรก นี่เป็นงานปาร์ตี้ครั้งแรกของฉัน ฉันไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไงดี ขอโทษที่ทำตัวน่ารำคาญนะ...”
“หา…….?”
“ไม่มีอะไรหรอกทุกคน! ฉันทำให้พี่รำคาญใจเอง ทุกคนสนุกกันต่อเถอะ”

และแล้วบรรยากาศที่เงียบกริบก็กลับมาครึกครื้นจอแจอีกครั้ง ทำไมมันถึงเป็นไปตามที่คิดอย่างง่ายดายขนาดนี้นะ? พวกเราเป็นเด็กวัยเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมทุกคนถึงงี่เง่ากันขนาดนี้? มีแต่ฮารุกะคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าฉันทำอะไรบางอย่างที่ ‘ผิดปกติ’ ไป ฉันอดดีใจไม่ได้จริงๆ

“ ‘พี่’ งั้นเรอะ?”
“อ๊ะ แฮะๆ... ก็ทุกคนจะได้รู้ว่าเราเป็นพี่น้องกันไง ถึงเห็นๆกันอยู่ว่าเราเป็นแฝดกัน แต่ฉันภูมิใจที่มีฮารุกะเป็นพี่นี่นา”
“พูดบ้า อะไรของนาย ภูมิใจอะไรกัน ฉันเนี่ยนะ...? อย่ามาล้อกันสิวะ...

ฉันพูดความจริงแท้ๆ แต่ฮารุกะกลับตีความรับสารไปคนละทางเสียอย่างนั้น แต่ฉันเข้าใจนายดี ฉันเข้าใจนายดีเลย นี่สินะความทุกข์ทรมานของนาย เจ็บปวดเพราะการคงอยู่ของฉัน ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ? น่าสงสารจัง ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่นายจะนึกถึงเป็นอย่างแรก หากเป็นเรื่องนี้ละก็

“ฉัน.....ไม่มีน้องแบบนี้……. ขยะแขยง……….”
“นายมีน้องชาย แถมยังเป็นแฝดกันด้วยนะ”

ฉันเดินเข้ามากอดฮารุกะที่ยังนิ่งจากอาการช็อคเมื่อครู่ ฉันเหลือบหางตามองผู้คนรอบข้าง กวาดตาเห็นผู้คนหลายคน รวมถึงเพื่อนสนิทคนนั้นที่มองมาที่พวกเรา นี่คือการกอดคืนดีกันของสองพี่น้อง ฉันปล่อยให้พวกนั้นเข้าใจอย่างนั้นไป

“ปล่อย ฉัน……...”
“ฉันดีใจที่มีนายเป็นฝาแฝดจริงๆ นะ”

ฉันรู้ว่าคำพูดนี้ไม่มีวันส่งไปถึงฮารุกะได้ แต่ไม่เป็นไร ฉันจะไม่ลดละเหมือนสิ่งที่ฉันพยายามมาโดยตลอด ฉันก็จะยังทำเหมือนเดิม เพียงครั้งนี้และหลังจากนี้ ฉันรู้แล้วว่าควร ‘ใส่ความรู้สึกอะไรลงไป’ เพื่อให้ฮารุกะรับรู้ถึงตัวตนของฉันแล้ว

“ฉันจะไล่ตามนาย ฉันจะอยู่ข้างนายตลอดไป ไม่ให้หนีหรอก”

ฉันพูดความตั้งใจที่แท้จริงออกมาและอมยิ้มอย่างมีความสุข ดีจริงๆ ที่ตัดสินใจออกมาตามหานาย ในวันนี้ฉันได้รู้แล้วว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘ปาร์ตี้’ เป็นยังไง ฉันคิดถึงอนาคตเรื่อยเปื่อยพลางสัมผัสถึงมือฮารุกะที่ทุบอกผลักไสฉันอย่างไร้เรี่ยวแรงในอ้อมกอด อา... มันต้องเป็นสถานที่แสนสนุกของพวกเราเพียงสองคนแน่นอน


(End)