Privatter+
Font
Serif
Sans Serif
Color
Light
Dark
auto
Font size
Large
Medium
Small
Language
Japanese
English
Sign in with Google
Sign in with ID and password
Account ID
Password
Sign in
Forgot password?
Create account
aykawpv
2021-08-28 20:56:49
5714文字
Public
Clear cache
(Fanfic) Nijo - balcony
CW: บรรยากาศมืดหม่น
- มโนต่อเติมสภาพในแชร์เฮาส์เอง
ใกล้เวลาดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว
ตรงนี้คือระเบียงของแชร์เฮ้าส์ของพวกเรา ถึงจะอยู่บนแมนชั่นตึกสูงลิ่ว แต่เพราะพวกเราได้รับการอุปถัมภ์อย่างดี มันจึงไม่ใช่แค่ตึกสูงธรรมดา แต่เป็นที่พักสุดหรูในย่านธุรกิจชั้นนำอย่างรปปงหงิ
ระเบียงแห่งนี้จึงไม่ได้มีพื้นที่เบียดเสียดแค่ระยะสองสามก้าวแล้วหมด อย่างที่ฉันเคยไปเที่ยวเล่นที่บ้านแมนชั่นหนูของเพื่อนร่วมชั้น (ถ้าเป็นสามัญชนก็ถือว่ากลางค่อนสูงแล้วก็ตาม) ฉันไม่เคยถามหรือจำระยะพื้นที่ที่แท้จริง แต่อย่างน้อยก็คิดว่าลองตั้งเตาบาร์บีคิวเล็กๆ ตั้งโต๊ะเก้าอี้ 2-3 ตัว นั่งชิลกินเล่นกัน ก็คงทำได้สบาย
แต่แน่ล่ะ พวกเราเอปซิลอนฟายไม่ได้สนิทกันถึงขนาดจะกระชับมิตรด้วยการทำกิจกรรมอื่นร่วมกันขนาดนั้น ถึงฉันมักจะเป็นตัวตั้งตัวตีออกปากชวนทุกคนอยู่บ่อยครั้ง แต่เพราะรู้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่พวกนั้นจะไปด้วย ฉันเลยออกปากได้อย่างสบายใจ
ระเบียงนี้มีเพียงกระถางต้นไม้สไตล์ญี่ปุ่นอยู่ตามขอบ ซึ่งคงได้รับการดูแลจากแม่บ้านอีกที และพื้นที่โล่งๆ ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีความสำราญ ไม่มีอะไรทั้งนั้น
"เย็นจริงเลย~"
ฉันเองก็ไม่ได้ติดนิสัยชอบมาตรงระเบียงนัก แต่ตัวฉันเป็นคนเจ้าอารมณ์ (คนละความหมายกับฮารุกะอย่างแน่นอน) การเอาตัวไปเปิดรับลมบนที่สูง หันมองฟากฟ้าที่ไปไม่ถึง และก้มลงมองบรรยากาศของเมืองหลวงแสนวุ่นวาย การมองลงมายังโลกที่ความคิดของผู้คนหนาแน่นไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย และพบว่าพวกนั้นเหลือถูกย่อส่วนเหลือเพียงตัวตนเล็กกระจิดเหมือนเหล่ามดงานเท่านั้น สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้ฉันอย่างน่าประหลาด
"ทุกอย่างมันก็แค่นี้"
ดวงดาวบนท้องฟ้าเริ่มเห็นชัด ผืนฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ แสงไฟสว่างจากข้างล่างที่เจิดจ้าส่งมาไม่ถึงบนระเบียงสูง ทำให้ฉันยังมองฟ้าข้างบนได้อย่างปลอดโปร่งไร้อุปสรรค
ฉันชินกับความมืด ตั้งแต่เด็กที่ฉันมักป่วยนอนติดเตียง บางครั้งจึงลืมตาตื่นกลางดึกเพราะพิษไข้อย่างไม่เป็นเวลา แต่พอหันไปรอบๆเจอฮารุกะนอนหลับปุ๋ยอยู่ไม่รู้เรื่องราว ฉันรู้สึกว่าถึงมองฟ้ามืดผ่านบานกระจกคับแคบจากห้องนอน ทั้งความกลัวและความทรมานจากอาการป่วยไข้ก็ทุเลาลง
ย้อนนึกแล้วช่างเป็นความทรงจำน่าตื้นตันใจ ถึงจะไม่มีวันเช่นนั้นกลับมาอีกแล้วก็ตาม แต่ถึงไม่มีฮารุกะอยู่เคียงข้างในยามเปล่าเปลี่ยว ตัวฉันในตอนนี้ก็ไม่ทุกข์ทรมานอีกต่อไป
ไม่สิ ตอนนี้เริ่ม 'อยาก' ขึ้นมาแล้วแฮะ
"เฮ้ย"
"ฮะฮะ พี่ ลมไรหอบมาเนี่ย?"
ฉันได้ยินเสียงของแฝดพี่ของตัวเอง จึงหันกลับไป ตรงนี้เป็นขอบกระจกที่สูงแค่ระยะครึ่งตัว ไม่ถึงหน้าอกตัวเอง ถ้าหันหลังก็เริ่มหวาดเสียวหน่อยๆ ถึงอย่างนั้นมันก็ช่วยฉันสร้างความตื่นเต้นให้กับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่ดี
"......"
"อะไรอะ? ทำหน้าตาน่ากลัวอย่างนี้"
ฉันพูดจาเป็นน้ำเสียงปกติโดยต้องข่มความลิงโลดในใจไว้ ใช่สิ ใบหน้าอาฆาตแค้นที่จับจ้องแต่ฉันเพียงคนเดียว จะไม่ให้ดีใจยังไงไหวล่ะ
และแล้วพี่ก็รุกไล่เข้ามาที่ตัวฉัน เอามือที่แข็งแกร่งนั่นกระชากคอเสื้อฉันโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จะว่าตกใจก็ว่ายังไงดี ถ้าเป็นพี่ที่อารมณ์ร้อนและมือชอบไปก่อน นี่เป็นเรื่องที่ฉันเจอประจำอยู่แล้ว
"ฉันเหม็นเบื่อแก สุดจะทนแล้ว หายไปซะ"
"ฮะฮ่า! เพราะตรงนี้หรอ? นั่นสิ ไม่มีกล้องวงจรปิดนี่นา แต่พี่คงไม่ได้ตรวจสอบขนาดนั้นละเนอะ"
"พูดมาก น่ารำคาญ
…
!"
ฮารุกะยกตัวฉันลอยขึ้นจนเกินครึ่งตัวฉันออกนอกระเบียงไปแล้ว ตั้งใจจะผลักฉันตกลงไปหรอ? ข่าวมนุษย์หลายช่วงวัยตกตึกเพราะอุบัติเหตุหรือฆ่าตัวตาย มีแทบเป็นรายวัน แต่การตกจากลูกค้าของที่อยู่อาศัยซึ่งมีการรักษาปลอดภัยสูงและหรูหราอย่างตึกนี้คงสร้างกระแสให้สังคมได้ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็คงถูกลืมและโดนกลืนไปกับความคิดที่ฟุ้งซ่านของผู้คน ผู้โชคร้ายอย่างฉันก็คงไม่มีใครจดจำ แต่เรื่องนั้นฉันไม่สนอยู่แล้ว
"เอาจริงใช่มั้ย พี่?"
"......"
"ทั้งที่หวาดระแวงจะสร้างบาดแผลให้คนอื่นขนาดนั้น แต่พอขาดสติก็ทำร้ายคนอื่นโดยไม่ยั้งคิด
…
พี่คงไม่คิดใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรหลังจากนี้?"
"หุบปาก..."
"การทำกิจกรรมวงต้องชะงักลง ค้นหามือเบสคนใหม่ นักดนตรีผู้โชคร้ายที่คงไม่อาจเล่นเสียงที่เข้ากันกับพี่ได้ ดีไม่ดีอาจโดนยุบวงเพราะข่าวน่าสลดของฉัน
…
ไม่รู้ว่าพลังของชูคุงจะช่วยถึงขนาดกลบข่าวนั้นได้มั้ยอะเนอะ? รุ่นพี่คาราสึมะก็คงหัวหมุนน่าดู อยากเห็นจังเลยน้า"
"หุบปาก
…
"
"ไหนจะเรื่องที่บ้านเราอีก พี่หนีหน้าพ่อแม่มาตลอดเลยนี่? แล้วได้ศึกษาข้อมูลกิจการของตระกูลเราบ้างรึเปล่า? ฉันน่ะนะ ตั้งแต่พี่ปฏิเสธฉัน ฉันก็ค่อยๆเรียนรู้มาโดยตลอดเลยนะ
…
ก็เพราะพี่ต้องไม่เลือกสืบทอดแน่ๆ ฉันเลยจะทำแทนให้ไง อาจจะลำบากหน่อยเพราะไม่ใช่เส้นทางที่พี่รัก แต่ถ้าพยายามพี่ต้องทำได้อยู่แล้ว ใช่มั้ยล่ะ? กลายเป็นลูกคนเดียวของตระกูลนิโจ
…
ต้องแบกรับอะไรหลายอย่างหน่อยน้า"
"แก
…
บอกให้หุบปาก
…
"
"ว่าเข้านั่น นายจะมีสภาพสมบูรณ์พอทำเรื่องพวกนั้นได้หรอ ฮารุกะ? อย่าว่าแต่เรื่องดนตรี หรือเรื่องที่บ้านเลย แค่ 'ตัวนายเองคนเดียว' จะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า? ถ้าปล่อยมือนี้ไป ความสุขชั่วคราวที่นายได้รับ จะหลอกหลอนนายไปชั่วชีวิต
…
"
"หุบปาก!!"
ฮารุกะเคลื่อนมือออกเพื่อผลักฉัน ฉันไม่คิดฝืนอะไร ดังนั้น
"เพราะงั้น จบเรื่องวุ่นวายพวกนั้นด้วยกันนะ"
ฮารุกะที่เผลอเรอ ไม่ทันเห็นว่าฉันจับชายเสื้อนายเอาไว้ จับแขนดึงสุดแรง และแล้ว เราก็ตกลงจากระเบียงสูงด้วยกัน
ถึงไม่ใช่จุดจบที่ปรารถนา แต่ได้เห็นสีหน้าของฮารุกะ ความคับแค้น ชัยชนะที่หมุนกลับชั่วพริบตา กลายเป็นความผิดหวัง ความหวาดกลัว ไม่ทันเตรียมใจ
…
นั่นก็ยอดเยี่ยมดีเหมือนกัน
ฉันพยายามหันตัวมองฮารุกะแม้มีลมกรรโชกกระชากพวกเราห่างจากกัน แต่ฉันไม่มีวันปล่อยนายไปไหนหรอก
'ฉันรักนายที่สุดเลย
…
'
จวบจนวินาทีสุดท้าย ตลอดไป
…
"คานาตะคุง"
"อื๋อ? ไรอะ รุ่นพี่คุรามะ"
ฉันได้ยินเสียงเคาะผนังเบาๆ พร้อมเสียงทักทายจากรุ่นพี่ ฉันหันตัวกลับมามองคู่สนทนาตรงหน้าอย่างมีมารยาท เขยิบตัวเข้าใกล้เขา ถอยห่างจากกระจกระเบียงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
"ว่างหรือเปล่า? พอดีเรย์จิคุงเรียกประชุมน่ะ"
"เอ๋ กำลังชมเมืองสนุกอยู่เชียว~"
รุ่นพี่คุรามะเอียงคอมองฉันอย่างสงสัย อย่ามองอย่างนั้นสิ แค่คนกำลังเอนจอยเฉยๆเท่านั้นล่ะ
"คานาตะคุง ดูวิวจากตรงนี้สนุกหรอ?"
"ประมาณน้าน รุ่นพี่ว่างๆก็มาดูชิลๆด้วยสิ"
"แล้วผมจะสนุกได้ยังไงหรอ?"
เรื่องนั้นมันก็แล้วแต่ความสนุกของแต่ละคนสิ แต่พูดไปคนแบบรุ่นพี่คุรามะคงจะไม่รู้เรื่องอีกตามเคย เลยต้องยกตัวอย่างให้เขาไปสักหน่อย
"อิ่มหนำสำราญกับบรรยากาศ และระวังอย่าพลาดตกระเบียงก็พอ!"
(End)
Reaction
If you make a mistake, you can cancel it by pressing the reaction.
Custom color
Reset color
広告非表示プランのご案内