aykawpv
2021-08-13 03:57:27
6620文字
Public
 

(Fanfic) Nijo - แอร์เย็น

- ใสๆเรท PG ค่ะ
- มีการมโนสภาพในแชร์เฮาส์เองนิดหน่อย
- มีการใช้คำว่ารักในฟิคนะคะ ก็คานะจังรักพี่นี่นา

ตอนนี้เป็นฤดูร้อน ชูคุงเลยขอให้รุ่นพี่คาราสึมะปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เย็นลงไป 5-10 องศา เย็นเกินไปรึเปล่าเนี่ย ทุกคนช่วยว่าอะไรหน่อยสิ! รุ่นพี่คาสึมะก็บอกให้ฉันเงียบซะ แล้วรุ่นพี่คุรามะก็ว่า งั้นผมยืมเครื่องนุ่งห่มให้มั้ย? ปัญหาไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ส่วนพี่ที่เกลียดหน้าร้อนอยู่แล้ว เทียบกับอากาศอบอ้าวของญี่ปุ่นเกือบ 40 องศา หมกตัวอยู่ในห้องคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ก็ใช่อะนะ ฉันก็ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะเหนียวตัวเหมือนกัน มันทำให้ดูแลตัวเองยุ่งยากขึ้นเลยขออยู่ในห้องด้วย แต่ว่านะ

“หนาวเกินไปแล้ววว.”

ฉันลูบท่อนแขนล่างของตัวเอง ถึงใส่เสื้อยาวกันหนาวหรือเสื้อยืดกักเก็บอุณหูมิความร้อน แต่อากาศยังเย็นสำหรับฉันอยู่ดี แน่ล่ะ ก็ความเย็นตามธรรมชาติกับความเย็นจากเครื่องจักรมันก็คนละอย่างกันเลยนี่นา ความรู้สึกนี้เหมือนตัวเองกำลังโดนแช่ในตู้เย็นอยู่เลย ฉันไม่ใช่อาหารสดสักหน่อย!

“เด็กเวรนั่นน”

ฉันพูดด่าองค์หญิงน้อย(เหอะ)ของเราไปพลางใช้ขาเสียดสีผิวถูไถช่วงขาตัวเองด้วย พอจะทำให้อุ่นบ้าง แต่มันก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีอยู่ดี

‘คานาตะ หนาวใช่มั้ย มาให้ฉันอุ่นๆให้นะ’

ไปนึกถึงความทรงจำแสนดีชั่วแว่บหนึ่งจนได้ รู้สึกดีนี่นา สมัยที่ฉันป่วยอมโรค ฉันขี้ร้อนขี้หนาวเสียยิ่งกว่าฮารุกะอีก ถึงไออุ่นที่ฮารุกะให้มาจะไม่ได้เพิ่มความร้อนได้ดีเท่าถุงน้ำร้อนอะไร แต่เรื่องความรู้สึกน่ะ แน่นอนว่าดีเยี่ยมยอดที่สุดเลย

“พี่..... ฮึ่ม เอางี้ดีกว่า!”

ฉันลุกขึ้นจากปราการเตียงที่ไม่ช่วยให้สบายใจสักนิด ฉันตัดสินใจว่าจะไปหาพี่ที่ห้อง ถ้าพี่หลับก็จะแอบนอนกอดซะ ถ้าพี่ตื่นก็จะทำตัวขี้อ้อนเกาะแกะใส่ อะไรก็ได้ ขอให้เจอหน้าพี่ก็พอ

ฉันเปิดห้องตูห้องและเดินไปบริเวณห้องฝั่งตรงข้าม แชร์เฮาส์ของเรากว้างขวางมาก พี่ที่เกลียดฉันเข้าไส้เลยขอเลือกห้องส่วนตัวที่ไกลจากฉันมากที่สุด ฉันไม่ติดปัญหาอะไร เพราะการใช้ชีวิตกับพี่ร่วมกันที่นี่แถมได้เล่นดนตรีเป็นเวทีเดียวกัน ก็ทำให้ฉันเปี่ยมสุขมากที่สุดแล้ว

“อ้าว?”

เมื่อเดินผ่านทางเดินโถงตรงกลางที่มีประตูเชื่อมไปห้องนั่งเล่นรวม ฉันสังเกตว่ามีไฟบริเวณหนึ่งเปิดอยู่ ไฟจากบริเวณห้องครัว แปลกจัง สมาชิกวงของเรามักไปกินข้าวมาจากข้างนอก หรือไม่ก็จ้างคนใช้ให้มาทำอาหารให้ส่วนตัว ดังนั้นไม่มีใครทำอาหารเป็นเลย แถมตอนนี้ก็เป็นกลางดึก นอกเวลาที่คนนอกจะมาเข้าใช้แมนชั่นนี้ด้วย ถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนใช้ห้องครัวล่ะ?

ฉันนึกสงสัย ถ้าได้รู้ข้อมูลของคนในวงดีๆมาก็เอามาใช้เป็นประโยชน์ภายหลังได้ ถ้าหมดความสนใจค่อยตีเนียนออกมาก็ไม่สาย แถมยังไงพี่ก็ไม่ไปไหนอยู่แล้ว ฉันเลยแอบย่องเข้าไปดู แต่เมื่อเห็นแผ่นหลังนั้นฉันกลับพูดออกมาทันทีโดยไม่ผ่านการไตร่ตรองอะไรเลย

“อ๊ะ พี่?”
“หา? ทำไมแกมาอยู่นี่”

พี่สิทำไมมาอยู่ที่นี่ เกินคาด ดีใจ ประหลาดใจ พี่หันหน้ามาจ้องเขม่นใส่ฉัน เหมือนไม่ได้เห็นพี่ในชุดแขนยาวขายาวมานาน เราใส่ชุดเหมือนกันเลย โชคดีจัง รักจัง ความรู้สึกปนเปเข้ามาทันทีจนฉันต้องคุมความรู้สึกนี้เอาไว้

“เดินเล่นน่ะพี่〜 แอร์เย็นขนาดนี้หมกตัวในห้องอย่างเดียวไม่ไหวอ่า”

พี่ฟังเหตุผลฉันแล้วเดาะลิ้น เป็นเหตุผลที่รับได้ละเนอะ ถึงมีเครื่องปรับอากาศแยกเครื่องส่วนตัวในแต่ละห้อง แต่ทุกเครื่องเป็นยี่ห้อและระบบเดียวกัน ดังนั้นห้องแชร์เฮาส์เราเป็นระบบปรับอากาศร่วมกันโดยปริยาย แน่นอนว่าคนที่คุมอุณหภูมิส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นพี่คาราสึมะ และคนถือกรรมสิทธิ์ทุกอย่างและออกคำสั่งรุ่นพี่ก็คือชูคุงอีกที แต่สุดท้าย มาเล่นแย่งรีโมตปรับอุณหภูมิสุ่มสี่สุ่มห้ามันก็ไม่ดีต่อความสัมพันธ์อยู่ดีละน้า

“พี่ทำไรอยู่อะ?”
“อย่ายุ่งน่า”

พี่หันหน้ากลับและง่วนกับสิ่งหนึ่งหน้าครัวต่อฉันเลยถามออกไป รู้ว่าพี่ไม่ตอบให้อยู่แล้วเลยเข้าไปเดินใกล้เกาะแกะเอง

“....... ราเม็งกึ่งสำเร็จรูป?”
“ชิ”

เดาะลิ้นอีกแล้ว มารยาทไม่ดีเลยน้า แต่ที่พี่เอะอะชอบอารมณ์เสีย แต่ที่จริงคงเขินอยู่ล่ะนะ พี่ไม่ชอบไหว้วานคนใช้เลยออกไปกินอาหารจากข้างนอกเสมอ ไอศกรีมก็ชอบซื้อแบบสควอทมาเก็บไว้ตักกินเอง ท่าทางพี่ที่แกะฝากล่องไม่ออกเพราะน้ำแข็งเกาะเย็นเกินไปก็น่าสงสารน่าเอ็นดูมากๆ

เพราะเรามีคนใช้ทำอะไรๆให้ตลอด บางครั้งเลยขาดทักษะในการใช้ชีวิตไปบางเรื่องบ้าง แค่เรื่องพื้นฐานอย่างการกิน สำหรับพวกเราบางทีทำอย่างมากก็แค่แกะซอง ดังนั้นการที่พี่ลุกขึ้นมาทำราเม็งกึ่งสำเร็จรูปจึงเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน

ฉันมองน้ำอืดๆที่อยู่ในถ้วยพลาสติก แถมไม่เห็นไอร้อนสักนิด พี่ทำ. ราเม็งกึ่งสำเร็จรูป?

“......พี่กินไปยังอะ”
“แกมาแล้วฉันจะกินได้ยังไงเล่า”
“ถ้าฉันไม่มาจะเกิดไรขึ้นเนี่ย! พี่อ่านวิธีการทำข้างถ้วยยัง?”

ฉันเผลอพูดตบมุกขึ้นมา พี่ที่ไม่สนอะไรนอกจากตัวเอง โลกแคบ มองแต่เรื่องที่ตัวเองจะมอง เลยชอบเผลอเรอกับอะไรง่ายๆที่เห็นเต็มตา จะความรู้สึกของฉัน หรือกระทั่งวิธีการอ่านคำอธิบายข้างถ้วยก็เถอะ ฉันแย่งกองถ้วยราเม็งข้างๆที่เหมือนพี่จะซื้อแบบลดราคาชุดใหญ่มาถ้วยหนึ่ง ถึงเราจัดว่ามีเงินที่ซื้อของสุรุ่ยสุร่ายได้ แต่พี่ชอบทำงานพิเศษและซื้อของใช้ของกินส่วนตัวด้วยเงินที่ตัวเองหามาได้ ความภูมิใจส่วนตัวของพี่เขาล่ะ

“ต้ม น้ำ ร้อน สาม นา ที !”
“..............”

ฉันชี้ตัวอักษรเล็กๆบนถ้วยให้ พี่คงอ่านดีๆแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นลำบากใจเหมือนกำลังเสียหน้า เสียหน้าอะไรเล่า พี่ทำเรื่องน่าอายต่อหน้าฉันมาเยอะแยะ แค่นี้จิ๊บจ๊อยจะตาย เรามันเด็กรวยบ้านนอกเข้ากรุงนะ

“เฮ้อ ยังดีนะที่พี่ยังไม่กิน ไม่ต้องเสียดายด้วย เสียสุขภาพหมด ทำใหม่เหอะพี่”
“หนวกหูน่า งั้นเทออกแล้วใส่น้ำร้อนแทน...”
“เสียสุขภาพหมด!”

ฉันพูดเสียงแข็งด้วยความเป็นห่วง พี่นี่หัวดื้อจริงเลย ต้องงัดคำพูดเรื่องสุขภาพร่างกายมาใช้ ดูเหมือนว่าพี่จะอ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษเมื่อเกี่ยวข้องกับสุขภาพ พี่ทำหน้าหงุดหงิดใส่ฉันพลางเทน้ำในถ้วยทิ้งลงอ่างใสสะอาด ดีนะที่พี่ยังแยกขยะเปียกกับขยะสดได้

“เฮ้อ! เค้าเป็นคนช่วยชีวิตพี่ไว้นะเนี่ย! งี้ต้องขอสักถ้วยเป็นรางวัลซะแล้ว〜”
“..........”

พี่เอื้อมมือไปหยิบถ้วยราเม็งอีกถ้วยข้างตัวฉัน ระยะใกล้กันจนฉันลืมหายใจไปนิดหน่อย ถึงปกติฉันชอบเข้าหาพี่ ใกล้ชิดกับพี่มากๆ แต่พี่ไม่เคยเข้าหาฉันเลยนี่นา เอาเป็นว่าพี่หยิบแล้วเดินไปที่กระติกน้ำร้อนที่พวกรุ่นพี่ชอบใช้ชงชาหรือกาแฟกัน

“เอ๊ะ? หรือว่าพี่จะให้จริงหรอ? งั้นขอกินด้วยนะ ตอนนี้เลย!”
“ตามใจแก”

ประหลาดจัง คงเพราะง่วงหรือเปล่าพี่เลยไม่มีแรงเถียงขนาดนั้น รู้สึกเหมือนโดนตามใจเลย ฉันดีใจขึ้นมาและเดินเข้าไปเตาะแตะข้างๆพี่ พอไปถึงที่วางเห็นกระติกน้ำร้อนฉันก็เข้าใจ

“......... พี่ไม่ได้ปรับเป็นน้ำร้อนก่อนเทหรอ?”
“มันมืดมั้ยล่ะ”

พี่โทษสภาพดินฟ้าอากาศยกเว้นตัวเองเสร็จแล้วกดปุ่มดิจิตอลบนกระติกจากน้ำเย็นเป็นน้ำร้อน และเทน้ำลงใส่ถ้วยราเม็งนั้น ไอร้อนที่กระทบกับอุณหภูมิที่เย็บเฉียบของห้องทำให้เกิดไอน้ำอย่างชัดเจน อากาศบริเวณรอบตัวพี่ก็อุ่นขึ้นเช่นกัน ฉันเตรียมฉีกซองเครื่องปรุง เทตามปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย และเทน้ำร้อนต่อหลังจากพี่หลังวางกระติกลง ฉันหันไปมองพี่ที่นั่งบนเก้าอี้ยาวในห้องนั่งเล่น ฉันรีบเข้าไปวางถ้วยราเม็งกึ่งสำเร็จรูปข้างๆบนโต๊ะ นั่งเบียดพี่ใกล้ๆ ทันที

“ขยะแขยง ถอยไป”
“หนาวนี่นาา”

พี่ผลักฉันแต่ก็ไม่ได้ลุกหนีไปนั่งที่ไหน คงรู้ล่ะว่าถึงเปลี่ยนที่นั่งไปฉันก็จะตามรังควานอยู่ดี พี่เอามือสองข้างถูเข้าด้วยกัน

“เย็นจังเลยเนอะพี่”
“...”
“หนาวจังเลย”
“......”

ฉันขยับตัวไปมาแล้วพูดเรื่อยเปื่อยและเนียนเอาหัวซบไหล่ของพี่ พี่เอามือผลักหัวฉันไปเช่นเคย ร่างกายของพี่อยู่ระยะใกล้ขนาดนี้ก็ทำอุ่นใจขึ้นมากจริงๆแหละ ฉันอดไม่ได้เลยอ้าแขนกอดที่ลำตัวของพี่ซุกอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะพี่รำคาญแล้วหรือที่ฉันกอดทำให้ตัวอุ่นขึ้นเลยยอมปล่อยๆไป ยังไงฉันก็รู้สึกดีอยู่ดี

“รอสามนาทีนะพี่”
“รู้น่า”

ฉันมองราเม็งกึ่งสำเร็จรูปที่ปิดฝาไว้ จดจ้องไออุ่นของมันและสัมผัสความอบอุ่นจากร่างกายพี่ คิดว่าฉันคงชอบกินราเม็งกึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้แล้วล่ะ


(End)