aykawpv
2021-05-23 18:45:30
3279文字
Public
 

(Fanfic) IF Nijo - ดูหนัง

นิโจที่ปลอดภัยไร้สารพิษ รักแสนบริสุทธิ์ค่ะ 😭 ฟิคมโนจากแฟนอาร์ตนี้ https://twitter.com/marshmelon_puni/status/1396256956189270022

วันนี้ฉันกับฮารุกะไปดูหนังด้วยกัน

ฮารุกะมองด้วยสายตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้นไปที่โปสเตอร์หนังซึ่งเป็นเป้าหมายในการมาครั้งนี้

ผ่านมาหลายปีนับตั้งแต่ฮารุกะโดนเพื่อนสมัยก่อนแซวว่าหนังขบวนการฮีโร่เป็นของหลอกเด็ก ฮารุกะที่ถึงหงุดหงิดแต่ก็เกรงอกเกรงใจเพื่อน ส่งผลให้ฮารุกะยังเคอะเขินกับความชอบของตัวเองจนวันนี้ แต่ฉันก็บอกไปแล้วว่าพูดว่าชอบกับสิ่งที่รักก็ไม่เห็นแปลกเลย

“...ฮารุกะ มากี่ครั้งๆ ก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“อึ้ก ช่วยไม่ได้นี่นา! ได้ดูเต็มจอในโรงมันตื่นเต้นกว่านี่!”
“ฮะฮะ”

หลังจากเก็บใบปลิวภาพยนตร์เป็นที่ระลึก พวกเราก็เดินไปซื้อตั๋วด้วยกัน เลือกที่นั่งตรงกลางซึ่งเห็นหน้าจอชัดเจน ในฝั่งด้านบนซึ่งจะได้ไม่รบกวนผู้ชมที่มาเป็นครอบครัว

“เด็กๆ ดูเยอะจริงด้วย”
“พวกเราก็ยังเด็กนะ”
“วัยรุ่นแล้วสิ! ช่วงนี้ฉันได้เงินเก็บจากงานพิเศษเยอะแล้วนะ”

พอเริ่มหาเงินเองได้แล้วมาซื้อของที่ชอบด้วยตัวเองเนี่ยสบายใจสุดๆ ยอดจริงๆ! ฮารุกะพูดเสร็จก็ขอตัวไปพลางหยิบของที่ระลึกที่ขายอยู่หน้าโรง ถึงพวกเราจะมาจากบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ แต่เมื่อขึ้นมาในเมืองแล้วค้นพบว่าเรายังไม่เอาไหนอีกมาก รวมถึงขาดตกบกพร่องตรงไหน ฮารุกะจึงชวนฉันลองทำอาหาร ลองทำงานพิเศษด้วยกัน พวกเราได้เริ่มพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างที่นายว่าจริงๆ

ฉันคิดพลางมองแผ่นหลังของฮารุกะที่โดดเด่นขึ้นจากกลุ่มเด็กที่ล้อมรอบบริเวณนั้นแล้วรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา

“ขอโทษที่ให้รอ ซื้อเสร็จแล้ว~”
“ถ้าสุ่มเจอตัวที่ชอบก็ดีเนอะ”
“คานาตะเปิดกล่องให้ฉันสิ นายดวงดีนี่”
“นายเป็นคนหยิบมาเองไม่ใช่หรอ”
“ฉันพึ่งพาดวงของนายนะ เคล็ดไง”
“พิลึก”

ฉันยิ้มหัวเราะให้กับการให้กำลังใจประหลาดๆ ของฮารุกะ
หลังซื้อสินค้าและของกินเล่นต่างๆเรียบร้อย ฉันกับฮารุกะหาที่นั่งพัก พูดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยก่อนจะถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่จะเรียกให้เข้าโรงภาพยนตร์

“โรงหนังในโตเกียวมีทั้งเรื่องทั้งรอบฉายให้ดูเยอะแยะเลย ดีจังเนอะ”
“เนอะ ตัวเลือกเยอะขนาดนี้ ถ้าคานาตะอยากดูหนังเรื่องอื่นก็บอกได้นะ?”
“ฉันไม่มีเรื่องที่อยากดูเป็นพิเศษหรอก”
“แต่ฉันชวนทีไรนายก็มาดูด้วยกันกับฉันตลอดเลยนี่นา สนุกรึเปล่า? ไม่เบื่อใช่มั้ย?”
“สนุกสิ”

ฉันยิ้มให้ฮารุกะ สนุกอยู่แล้ว ฉันต้องการใช้เวลาอยู่กับนาย จะเรื่องไหนก็สนุกทั้งนั้น
พอเข้าโตเกียว อยู่แชร์เฮาส์เดียวกัน โรงเรียนเดียวกัน เวทีการแสดงเดียวกัน เวลาของเรามีแต่จะเพิ่มขึ้น ฉันก็อยากจะเก็บเกี่ยวและรักษาทุกช่วงเวลาที่มีกับนายทั้งหมดเลย

“นี่เหมือนฉันเอาแต่ใจฝ่ายเดียวน่ะสิ”
“ฮึฮึ ก็คนที่ตามใจนายได้มากที่สุดคงมีแต่ฉันนี่?”
“บ้าเรอะ คนที่ตามใจนายมากที่สุดก็คือฉันต่างหาก”
“นั่นสิน้า~ ขอบคุณนะพี่”
“ฮะ! มาเรียกพี่ตอนนี้หรอ...!”

ฉันเอียงคอซบไหล่ฮารุกะ พวกเราเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน แต่หากนับตามคำของผู้ใหญ่ ฉันเป็นน้อง ส่วนฮารุกะเป็นพี่ ดังนั้นนานทีจะใช้ความเป็นน้องเข้าออดอ้อนพี่บ้างก็ไม่เสียหายนี่นา

ฉันลอบมองฮารุกะที่แกะไอศกรีมโคนมากินแก้เขิน

“ระวังอ้วนล่ะ”
“เล่นดนตรีก็ไม่อ้วนแล้ว”
“ฉันช่วยกินได้นะ”

ฉันอ้าปากรอ ไม่นานฮารุกะถอนหายใจและยิ้มพร้อมยื่นไอศกรีมนั้นมาให้ฉัน
ฉันอดดีใจไม่ได้ ฉันไม่ได้อยากกินขนาดนั้น แต่ดีใจเพราะความใจดีของฮารุกะที่มีให้เสมอมา

“รักที่สุดเลย”
“อร่อยใช่มั้ยล่ะ?”
“อื้อ”
“อ๊ะ เริ่มเรียกให้เข้าโรงแล้ว กินเสร็จแล้วไปกัน”

ฮารุกะเร่งกินไอศกรีมจนหมดแล้วลุกขึ้น ฉันช่วยหยิบข้าวของระหว่างที่ฮารุกะหยิบตั๋วหนังสองใบของเราขึ้นมา

“ท่าทางฮารุกะสนุกจริงๆ ด้วย”
“ฉันจะได้ดูหนังที่ชอบกับคานาตะนี่นา”

ฮารุกะเดินเคียงข้างและยิ้มให้กับฉัน เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกได้รับความรักและการเติมเต็ม

คำพูดและไออุ่นแสนอ่อนโยน ความรักที่ฉันได้รับจากฮารุกะ
ช่วงเวลากับฮารุกะอันแสนสำคัญที่ฉันจะไม่มีวันลืม

ฉันเพียงคลี่ยิ้มหัวเราะให้กับคำนั้นของฮารุกะ เพื่อยืนยันความรักที่ตัวฉันมีให้แก่พี่ชายฝาแฝดเพียงหนึ่งเดียว


(End)