aykawpv
2021-02-09 20:52:46
3501文字
Public
 

(Fanfic) Nijo - melt

TW: angst

วันหนึ่ง ความทรงจำของคานาตะก็กลับไปเป็นสมัยเด็ก

ต้องเป็นการกลั่นแกล้งอีกแน่ๆ
ผลวินิจฉัยจากหมอก็บอกว่าอาจเกิดเรื่องกระทบทางด้านจิตใจจนเป็นกลายเป็นอย่างนี้ แต่อาการช็อคประเภทหนึ่งที่ไม่นานก็จะกลับมาเป็นปกติดังเหมือนเดิม ระหว่างรอนั้นขอญาติมิตรฝากฝังให้ดูแลอย่างใกล้ชิด

“...”

หมอนี่น่ะเรอะ อย่ามาหลอกซะให้ยาก ทุกวันๆ ที่แกทำเรื่องเลวร้ายสารพัดให้กับฉัน จิตใจฉันทรมานเหมือนอยู่ในนรกมามากแค่ไหน ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่แกทำเลวกับฉัน คิดจะปล่อยเรื่องทั้งหมดให้หายไปรึไง ไม่มีวันเด็ดขาด

“...... ชิ”
“...... ขอโทษนะ”
“หา?”
“นี่ ที่นายเป็นแบบนี้ ก็เพราะฉันใช่มั้ย? เพราะฉัน...”

เสียงกวนประสาทยียวนที่ร้องน่ารำคาญทุกครั้งที่อยู่ใกล้ แค่ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้าใกล้ ก็ทำให้สมองฉันจะระเบิดตายอยู่แล้ว ตอนนี้กลับเป็นทำเสียงเล็กหงอๆ อย่ามาล้อเล่นน่ะ แกจะเป็นยังไงก็น่าหงุดหงิดทั้งนั้น ฉันหันหน้ากลับไปมองและจิ๊ปากรำคาญ ส่งสัญญาณให้เลิกมาวุ่นวายกับฉัน

“พูดมาก หุบปากไป”
“...”

จากนั้น หมอนี่ก็เงียบตลอดทางจนขยะแขยง
ระยะห่างที่ยังพอรู้ว่าเดินตามอยู่ด้านหลัง ถ้าพูดให้ชัดๆ เจ้านั่นกำลังใช้แผ่นหลังฉันเป็นกำแพงเสียมากกว่า
เงียบจนน่าขนลุก จิตใจหมอนี่ย้อนกลับไปจริงๆ เรอะ หมอนี่เคยเป็นแบบนี้งั้นหรอ
ช่างมัน ยังไงก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉัน
ยิ่งถ้าหมอนี่อ่อนปวกเปียกขนาดนี้ก็เท่ากับฉันปลอดภัย ใช่ แม้อาจจะเป็นแค่การหลอกตัวเอง แต่ฉันที่สามารถยืนยืดอกได้ขนาดนี้ทั้งที่มีหมอนี่อยู่ เท่ากับว่าฉัน ‘อยู่เหนือ’ หมอนี่แล้ว

จ๊อกกก.

“...”

สายตานั้นเหลือบมองขึ้นมาที่ฉันอย่างอิดโรยปนเขินอาย ขนลุกชะมัด

“เฮ้อ...”

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางกวาดสายตารอบบริเวณย่านร้านค้า
แม้รปปงหงิจะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและสำนักงานที่หรูหรา แต่บริเวณที่มีคนชุกชุม เดินขวักไขว่อย่างล้นหลามก็ไม่พ้นย่านตามตรอกเล็กตรอกน้อยที่อัดแน่นด้วยผู้คนและร้านรวงจำนวนมาก
ผู้คนหลากหน้าหลายตาที่ผ่านไปมาโดยไม่แยแสสิ่งใด เพราะอย่างนั้นฉันถึงสามารถเดินไปมาโดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดสังเกต แต่ถ้าหมอนี่อยู่ มันที่ชอบโผล่หัวมาจากไหนไม่รู้ จะชอบส่งเสียงโหวกเหวกดังลั่นจนให้กลายเป็นจุดสนใจเสมอ ราวกับอยากจะประกาศให้โลกรู้ว่าพวกเราคือใคร น่ารำคาญสิ้นดี

สายตาฉันหยุดที่ร้านราเม็งเท็นกะอิปปิง
จะว่าไปสมัยเด็กพวกเรา

“ฉันกินล่ะ”
“... อื้ม!”

สายตาเปล่งประกายร่าเริงผิดกาลเทศะอย่างที่มันชอบทำ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกบางอย่างผิดแปลกไปจากทุกที แววตานั้นมองป้ายร้านสลับกับตรงมาที่ฉัน แบบนี้เอง แสดงว่าร้านนี้ยังอยู่ในขอบเขตความทรงจำงั้นสิ

รสชาติที่ไม่เปลี่ยน
ฉันสั่งเมนูหนึ่งและเจ้านี่ก็สั่งตามฉัน ฉันยังคงถอนหายใจไม่เลิก แม้คิดตามเหตุผล หากการย้อนกลับเป็นจริง หมอนี่ก็คงเป็นแค่ไอ้คนที่ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย จะสั่งตามคงไม่ใช่เรื่องแปลก
ฉันแยกตะเกียบ และเริ่มยกเส้นราเม็งขึ้นมากิน แม้ฉันจะเคยกินของดีถูกสุขลักษณะมามากมาย แต่สัมผัสกับรสชาติที่ถูกปากยังไงมันก็คนละชั้นกันอยู่ดี ฉันลงมือกินเงียบๆ จนกระทั่งอาหารหมดถ้วยโดยไม่ปริปากใดๆ โดยคิดว่าถ้าตบท้ายด้วยไอศกรีมได้ก็ดี แต่ถ้าคานาตะยังอยู่ คานาตะ ฉันลืมหมอนี่ไปเลย

ฉันลดแก้วน้ำเปล่าลงและหันสายตาไปมอง

“ฮารุกะจริงๆ ด้วย...”

เส้นและน้ำราเม็งที่ยังเหลืออยู่ กับรอยยิ้มโล่งใจที่แสดงออกมา

“ฉันก็ชอบราเม็งร้านนี้มากๆ เลยนะ ฮารุกะใจดีจัง”

ใจดี? ประสาท ยังจะมาประชดประชันอะไรกันอีก
ความใจดีคือจุดอ่อน แสดงออกมาเมื่อไหร่ก็เป็นเส้นทางให้ถูกผู้คน โดยเฉพาะคนอย่างแกเอารัดเอาเปรียบ สถานการณ์จำนนย่ำแย่ที่ไม่มีใครช่วยเหลือใครได้ทั้งนั้น ฉันก็แค่ทำตามน้ำไป และแกก็เดินต้อยๆตามมา ทุกครั้ง ทุกครั้ง ไม่ได้มีใครอยากจะมาสนหรือใส่ใจแกสักนิด

“เวลาอยู่กับฮารุกะ ฉันสบายใจที่สุดจริงๆ นะ”

อา สีหน้าแบบนี้ สีหน้าขยะแขยงที่ทำให้ฉันคลื่นไส้
ไม่ไหวแล้ว ทุกอย่างเป็นเพราะหมอนี่ เพราะมีหมอนี่อยู่......

“จนตอนนี้พวกเราก็ยังอยู่ด้วยกัน... ดีใจจังเลย”

วันนี้ ก็ยังเป็นนรกขุมเดิม
และตัวฉัน ที่ยังสังเวชตัวเองไม่มีเปลี่ยน

(End)


note: อยากลองเขียนความรู้สึกของฮารุกะที่เปลี่ยนไปจากเดิมและไม่มีวันกลับมาค่ะ เขียนพลังงานลบไม่ถูก ยากจัง 55